8/11/53

เทคนิคการย้อมสีผม



            แนะนำเทคนิคการย้อมสีผมด้วยตัวเอง                                      
หลักการ ย้อมผม ต้องศึกษาดังนี้ 1.ในการสังเกต สีผม นั้น ผม จะต้องแห้งและสะอาดถ้าผมสกปรกจะทำให้ได้สีค่อนข้างแก่ 2.ใช้ระดับที่แสดงสีต่างๆ ระดับสีตั้งแต่แก่ไปจนถึงอ่อน อ่านดูชื่อและหมายเลขที่กำหนดไว้ 3.เปรียบเทียบผมของผู้รับบริการกับระดับของสีที่ใกล้เคียงที่สุด 4.พิจารณาว่า จะเลือกสีระดับใด จึงจะเหมาะกับผม อาจมากกว่าหนึ่งระดับ 5.ในการเปรียบเทียบสีของผมกับสีในระดับสีนั้น ให้เปรียบกับผมตรงที่ใกล้หนังศีรษะ (ด้านหลัง) เพราะบริเวณนี้ผมจะสีเข้มที่สุด 6.เวลาจะพิจารณาสีของผม ให้ใช้มือจับผมดึงขึ้นมา หรือใช้มือแหวกผมดู 7.ช่างเสริมสวย จำเป็นต้องรู้และเข้าใจข้อความชี้แจงของผู้ผลิตน้ำยาย้อมผมของแต่ละรายให้ ละเอียดคำแนะนำในการย้อมผม 1.ควรทำการทดลองย้อมผมล่วงหน้าก่อนการย้อมผม 24 ชั่วโมง 2.ถ้าหนังศีรษะเป็นแผล หรือถลอกไม่ควรย้อมผม 3.แปรง หวี ผ้าคลุม ขวดใส่น้ำยาย้อมและเครื่องใช้อื่นๆ ในการย้อมผมจะต้องสะอาด 4.ก่อนย้อมผม ไม่ควรแปรงผม 5.ก่อนใช้น้ำยาย้อมผม ควรอ่านคำชี้แจงที่ติดมากับกล่องให้เข้าใจ 6.ทดลองย้อมผมดูสักปอยหนึ่ง เพื่อดูสีดูความเปราะของเส้นผม 7.การเลือกสีย้อม ควรเลือกให้เข้ากับสีผิว 8.ถ้วยหรือภาชนะที่ใส่น้ำยา ควรเป็นพลาสติกหรือแก้ว 9.น้ำยาที่เหลือจากการย้อมผม (ที่แบ่งมาใส่ขวดหรือถ้วยแก้วแล้ว) ควรทิ้งไป การผสมน้ำยาก็ไม่ควรทำไว้ก่อนนานๆ 10.ควรแนะนำผู้รับบริการแก้ไขผมที่เสียให้ดีเสียก่อน 11.ถ้าการทดลองย้อม ที่ทำมีปฏิกิริยาเป็นผื่น ไม่ควรย้อมผมให้ผู้รับบริการ 12.ถ้าจะล้างน้ำยาย้อมผม อย่าใส่แชมพูชนิดแรงๆ หรือชนิดที่เป็นด่าง 13.อย่าใช้น้ำร้อนๆ เพื่อจะล้างสีย้อมผม 14.เพื่อกันการเปรอะเปื้อน ขณะย้อมให้ใช้ผ้าคลุมทับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย 15.ระวังอย่าให้ยาย้อมผมเข้าตา 16.เวลาย้อมผมต้องใส่ถุงมือเสมอ
หลักการเปลี่ยนสีผมหรือการย้อมผม การเปลี่ยนสีผม หรือการย้อมผม เป็นการเติมสีทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในเซลล์สีของเส้นผมทำให้สีของเส้นผมเข้ม หรือจางตามต้องการ มีวิธีการเปลี่ยนสีผม 3 วิธี
1.วิธีการเปลี่ยนสีผมแบบย้อมผม เป็นการเปลี่ยนสีผมโดยใช้ยาย้อมผมชนิดน้ำ ผสมกับไฮโดรเยน ทำให้ผมหงอกขาวเป็นผมสีดำตามต้องการ มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
1.1การผสมน้ำยาย้อมผม น้ำยาย้อมผมจะเป็นน้ำเหลวๆ ผสมกับไฮโดรเยน ลงในถ้วยพลาสติกหรือถ้วยแก้ว ใช้แปรงคนให้เข้ากัน
1.2 ทำความสะอาดผมให้สะอาดด้วยแชมพู ซึ่งเวลาสระผมห้ามเกาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ศีรษะแสบในเวลาย้อมผม
1.3การแบ่งผม โดยเป่าผมให้แห้ง และแบ่งผมออกเป็น 4 ส่วน ส่วนกลางหน้าผากไปท้ายทอย และจากหูข้างหนึ่งไปที่หูอีกข้างหนึ่ง
1.4 การทาน้ำมันแข็ง ให้ทารอบบริเวณหน้าผาก ใบหูและคอ เพื่อป้องกันน้ำยาย้อมผมเปื้อนและเช็ดคำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
1.5 การใช้ผ้าคลุม ให้ใช้ผ้าคลุมและพลาสติกคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ป้องกันน้ำยาย้อมหยดลงเปื้อนเสื้อผ้า
1.6 การย้อมผม ถ้าผมหงอกให้ย้อมผมจากด้านหน้า ด้านข้างกลางศีรษะและด้านหลังผมหงอกขาวใช้แปรงแตะน้ำยาย้อมทาจากโคนผมทามา ปลายผม ให้สีกลมกลืนกัน
1.7 การอบผม ให้หวีผมที่ย้อมทั้งหมดรวบขึ้นและหนีบด้วยปากเป็ด นำเข้าอบให้ผมแห้งประมาณ 30 นาที (หรือตามเวลาที่ระบุไว้ข้างกล่องสีแต่ละชนิด)
1.8 การสระผม เมื่อผมแห้งแล้วสระผมด้วยแชมพู ถ้าหากเปื้อนยาย้อมตามไรผมและผิวหนังใช้สำลีชุบยาดัดเช็ดออก เมื่อล้างสะอาดดีแล้วใส่ครีมนวดผม ล้างผมให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง
1.9 หลังการย้อมผมเรียบร้อยแล้วขั้นตอนการจัดแต่งทรง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เจล หรือครีมบำรุงจัดแต่งทรงผมใส่เล็กน้อย ก่อนเซ็ทผมตามรูปทรงที่ต้องการ

2.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบโกรกผม เป็นการเปลี่ยนสีผมที่ใช้น้ำยาชนิดครีมหรือชนิดน้ำ การย้อมง่ายและย้อมครั้งเดียวก็ใช้ได้ โดยไม่ต้องสระผมก่อนย้อม ให้ปรับสีตามธรรมชาติได้ตามต้องการ โดยมีวิธีการปฏิบัติดังนี้ 2.1 การใช้น้ำยาโกรกผม ให้ใช้สำหรับผมหงอกโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นครีมข้น บีบลงในถ้วยพลาสติก หรือถ้วยแก้วจนหมดหลอด
2.2 การผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6 % สำหรับผมหงอก ค่อยๆเทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ละน้อย จนหมดขวด ใช้แปรงคนครีมกับไฮไดรเจนเปอร์ออกไซด์คนเข้ากัน เพื่อไม่ให้สีเป็นก้อนหรือเป็นเม็ด และไม่เกิดฟอง
2.3 ก่อนจะย้อมผม ให้ตรวจดูสภาพของเส้นผมก่อนว่าเคยย้อมผมดำมาก่อน และผมมันมาก ถ้าหากไม่เคยย้อมผมดำและผมไม่มัน ไม่จำเป็นต้องสระผมก่อน ยกเว้นกรณีที่เส้นผมมันมากก็สระผมก่อน ห้ามเกาเด็ดขาด
2.4 การแบ่งผม ให้แบ่งผมออกเป็น4 ส่วนแบ่งเช่นเดียวกับการย้อมผม
2.5 การย้อมผม จะต้องสวมถุงมือ เพื่อความสะดวกในการย้อมและได้สีที่สม่ำเสมอทาครีมที่ผสมไว้แล้วทาลงที่รอยแบ่งที่ 4 ก่อน
2.6 การทาผมด้านหน้า โยแบ่งจากด้านหน้าตรงกลางศีรษะหวีให้เรียบก่อนค่อยๆ ทาผมทีละช่อจนเสร็จ ห้ามหวีเด็ดขาด ทาจนหมดผมด้านหน้า
2.7 การทาผมด้านหลัง ให้ทาทีละช่อ เช่นเดียวกับด้านหน้า เริ่มจากช่วงกลางศีรษะด้านหลัง ก่อนทายาโกรก อย่าลืมหวีผมให้เรียบทาจากโคนผมถึงปลายผม แล้วห้ามหวี
2.8 เมื่อทาผมเสร็จทั่วศีรษะแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
2.9 การฉีดน้ำทั่วศีรษะ ให้ฉีดน้ำทั่วศีรษะพอหมาดๆ
2.10 การนวดผม โดยนวดด้วยมือที่ใส่ถุงมือ นวดให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้สักครู่
2.11 การสระผม ให้สระผมโดยใช้แชมพูอ่อนๆ และใส่ครีมนวดผม นวดผมแล้วล้างอกด้วยน้ำให้สะอาด
2.12 การใส่น้ำมันเหลว ให้ใส่เพียงเล็กน้อยเซ็ทผมตามรูปทรงที่ต้องการ
3.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบโลชั่นปรับสีผม เป็นการใช้โลชั่นปรับสภาพของสีเส้นผมหรือเคลือบเส้นผมที่แห้งหรือแตกปลาย ใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ และผสมสีได้ตามใจชอบ มีวิธีการปฏิบัติดังนี้
3.1 การสระผม โดยสระผมให้สะอาดห้ามเกา ซับน้ำที่เส้นผมด้วยผ้าขนหนูพอหมาดๆ
3.2 การสางผม ให้สางผมและแบ่งผมเป็นช่อๆ คลุมต้นคอด้วยผ้าคลุมกันเปื้อน
3.3 การใช้โลชั่นปรับสีผม นำโลชั่นปรับสีผมออกจากกล่อง และเขย่าขวด หยอดลงบนเส้นผมทีละช่อ เพื่อให้สีผมสม่ำเสมอกัน ทำเช่นนี้จนทั่วทั้งศีรษะแล้วนวดผม
3.4 การคลุมผม ให้คลุมผมด้วยหมวกพลาสติกทิ้งไว้ 30 นาที ถ้าผมหงอกทิ้งไว้ 45 นาทีล้างโลชั่นปรับสีผมออกใส่แชมพูอ่อนๆ นวดด้วยครีมนวดและล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลักการเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผม เป็นการฟอกเม็ดสีของเส้นผมเดิมให้จางลงตามความต้องการ มีการเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผม 3 วิธี เช่นกัน
1.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผมบางส่วน เป็นเทคนิคการเล่นสีผม เพื่อให้ทรงผมเด่นชัดขึ้น มีวิธีการทำดังนี้ -บีบครีมฟอกสีผมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% ผสมจนเป็นครีมคล้ายแป้งเปียกลงในถ้วยพลาสติกให้เข้ากัน -การจัดรูปทรงผม โดยการหวีผมให้เข้ารูปทรง ในกรณีที่เส้นผมมันมาก ให้สระผมโดยไม่เกา 1-2 ครั้ง
-การสวมหมวกพลาสติก โดยสวมหมวกชนิดมีรู ให้ตะเข็บของหมวกตรงกับรอยแสกของผม -การใช้เข็มควักดึงเส้นผม ให้ดึงผมขึ้นมาตามรูของหมวก ด้านหน้าเป็นจุดเริ่มต้น
-การดึงเส้นผม ให้ดึงเส้นผมเป็นแนวตามรอยตะเข็บ
-การใช้แปรงย้อมผม ใช้แปรงตักครีมฟอกที่ผสมไว้ลูบที่เส้นผมที่ดึงออกมาให้ทั่ว
-การใช้กระดาษตะกั่วคลุมผม เพื่อไม่ให้มีอากาศเข้าได้
-การดูสีผม ให้ดูหลังจากสีผมจางลงเท่าที่ต้องการแล้วล้างออกให้สะอาด ก่อนเอาหมวกพลาสติกออก เช็คผมพอหมาดๆ และไดร์ผมตามรูปทรง
2.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผมทั้งศีรษะ เป็นการกัดฟอกเม็ดสีของเส้นผมเดิมให้เป็นสีขาวทั้งศีรษะ มีวิธีการทำดังนี้
-การสระผมก่อนฟอกสีผม ควรสระผมให้สะอาด ห้ามเกาศีรษะโดยเด็ดขาด
-การผสมครีมฟอกสีผม โดยบีบครีมฟอกสีผมลงในถ้วยพลาสติกให้หมดหลอด และเทไฮไดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% ผสมให้หมดขวด ผสมจนเป็นครีมคล้ายแป้งเปียก
-การแบ่งผม ให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนแบ่งผมเช่นเดียวกับการย้อมผม
-การคลุมไหล่ด้วยผ้าขนหนูและคลุมทับด้วยผ้ากันเปื้อน เพื่อป้องกันน้ำยาเปื้อนเสื้อผ้า -การฟอกสีผม โดยฟอกจากท้ายทอยให้ห่างจากโคนผมประมาณ ½ นิ้ว
-การฟอกสีผมด้านหน้า ให้ฟอกสีผมเช่นเดียวกับท้ายทอย
-การฟอกสีโคนผม หลังจากฟอกสีผมจนทั่วทั้งศีรษะแล้ว ใช้แปรงฟอกย้ำโคนผมอีกครั้งหนึ่ง -การนวดผม ให้นวดผมทั่วทั้งศีรษะอีกครั้งหนึ่ง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที
-การดูสีผม ให้ดูสีผมอ่อนๆ ตามต้องการ -การสระผม เมื่อได้สีตามต้องการแล้ว สระผมด้วยแชมพูให้สะอาด นวดครีมนวดและเช็ดผมให้แห้ง
3.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบกัดและย้อมสีผมใหม่ เป็นการกัดฟอกสีผมเดิมให้เป็นสีขาว และทำการย้อมสีผมใหม่ตามต้องการ มีวิธีการทำดังนี้
-ผมก่อนกัดฟอกสีผม สระผมให้สะอาดโดยไม่ต้องเกาหนังศีรษะ และเป่าไดร์ให้แห้ง
-การแบ่งผม ให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน เช่นเดียวกับการย้อมผม
-การผสมยาฟอกสีผม บีบยาฟอกสีลงในถ้วยพลาสติก และเทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9 % ผสมให้เข้ากันคล้ายแป้งเปียก
-การกัดฟอกสีผมด้านหลัง ให้กัดฟอกสีผมจากด้านหลังไปหาด้านหน้า เป็นขอบตามที่ต้องการ และห่างโคนผม ½ นิ้ว
-การกัดฟอกสีผมด้านหน้า ปล่อยผมด้านหน้าที่แบ่งไว้ลงมากัดฟอกให้หมด
-การทายาฟอกสีผม โดยทาให้ทั่วศีรษะทาถึงโคนผม และขอบผมตามที่ต้องการ
-การนวดผม โดยใช้มือขยี้ยาฟอกสีผมและนวดให้ทั่วศีรษะ
-การล้างผมให้สะอาด เมื่อทายาฟอกสีผมเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที นำไปสระผมด้วยแชมพูแล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด -ขอบผม ผมที่ฟอกแล้วจะเป็นสีทองและเป็นขอบทั้งศีรษะ
-การฟอกสีผมด้านหลัง เมื่อเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ผมท้ายทอยจะดำ
-การผสมสีย้อมผม หลังจากกัดผมเป็นสีทองแล้วก็ผสมสีย้อมผม บีบลงในถ้วยและเทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% ผสมจนคล้ายแป้งเปียก
-การแบ่งผม ให้แบ่งผมและย้อมทับลงไปบนผมที่กัดสีผมแล้วให้ทั่วศีรษะ -การกัดสีผม เมื่อกัดสีผมเสร็จแล้วทิ้งไว้ระยะเวลา 20-30 นาที นำไปสระผม นวดด้วยครีมนวดผมและล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด
-การไดร์ผม ให้ไดร์ผมตามรูปทรงที่ต้องการ ผมที่ออกมาจะมีสีแดงออกม่วง

สีของเส้นผม สีธรรมชาติของเส้นผมเกิดขึ้นเนื่องจาก เม็ดสี (เมลานิน) ซึ่งส่วนมากอยู่ในส่วนกลางของเส้นผม การวิเคราะห์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ถึงสีของเส้นผมจำนวนมากมายได้พบว่ามีเม็ดสีตามธรรมชาติต่างกันอยู่เพียง 4 ชนิดเท่านั้น นั้นคือ ดำ,น้ำตาล,เหลือง,แดง เม็ดสีทั้ง 4 ชนิด จะผสมกันแล้ว ปรากฏขึ้นเป็นสีของเส้นผมเสมอไป

-สีดำ ผมสีดำส่วนมากเป็นการผสมของเม็ดสีดำและน้ำตาล เส้นผมของชาวเอเชียถูกยกเป็นตัวอย่างหนึ่งของผมดำแท้ในกรณีเช่นนี้ สีดำเป็นเม็ดสีผมที่มีลักษณะเด่น
-สีน้ำตาล จากสีผมธรรมชาติ สีน้ำตาลส่วนใหญ่พบในเส้นผมของหญิงผิวคล้ำ ส่วนผสมของเม็ดสีน้ำตาลและดำทำให้ผมเป็นสีน้ำตาลเข้ม
-สีเหลือง ผมบลอนด์ธรรมชาติ ประกอบด้วยเม็ดสีเหลืองในส่วนผสมกับสีน้ำตาบและแดงในจำนวนต่างกัน สีเหลืองนี้เป็นลำดับสีที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดในการย้อมผม
-สีแดง เม็ดสีแดงมักพบบ่อยๆ พร้อมกับเม็ดสีดำ ซึ่งให้ลำดับสีน้ำตาลปนแดงที่น่าดูมากกลุ่มสี กลุ่มสีมีอยู่ 2 กลุ่ม แบ่งออกอย่างกว้างๆ เป็นสีร้อน และสีเย็น สีร้อน คือ เหลือง ส้ม แดง สีทอง สีทองปนแดง สีแดงเข้ม สีน้ำตาล **ครั้งแรกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนสีผม คือสีร้อนนั้น ให้เริ่มย้อมห่างจากศีรษะประมาณ 1.5 เซนติเมตร ไปตลอดปลายผมก่อนจะย้อมโคนผม ทั้งนี้เพราะสีร้อนจะทำปฏิกิริยาเร็ว สีเย็น คือ สีเขียว น้ำเงิน ม่วง สีเขียว สีม่วง สีมุก สีขี้เถ้า**ในทางตรงกันข้าม สีเย็นควรย้อมให้ชิดหนังศีรษะก่อนเสมอ แล้วจึงหวีให้ทั่วตลอดเส้นผม สีเย็นนั้นจะมีเม็ดสีใหญ่กว่า และต้องใช้ระยะเวลานานในการทำปฏิกิริยาต่อเส้นผมที่งอกใหม่ที่หนังศีรษะ
ศาสตร์สีสันสีขั้นที่ 1 เหลือง+แดง เหลือง+น้ำเงิน น้ำเงิน+แดง ส้ม เขียว ม่วงสีขั้นที่ 2 แดง+ส้ม น้ำเงิน+เขียว น้ำเงิน+ม่วง แดงส้ม เขียวแก่ ม่วงเข้มสีขั้นที่ 3 เหลือง+ส้ม เขียว+เหลือง ม่วง+แดง ส้มอ่อน เขียวอ่อน ม่วงแดงสีขั้นที่ 4 เหลือง+แดง+น้ำเงิน แดง+เหลือง+ขาว กลุ่มสีร้อน และกลุ่มสีเย็นTipstoday-เส้นผมบริเวณหนังศีรษะจะใช้เวลาน้อย กว่าส่วนอื่น เพราะบริเวณนี้ได้รับความร้อนจากร่างกาย ด้วยเหตุนี้ผมบริเวณใกล้เคียงหนังศีรษะจะทายาย้อมหรือยาโกรกผม หลังจากส่วนอื่นของเส้นผมได้รับสีไปแล้ว เพื่อจะได้รับสีเท่ากัน-ย้อมผมหงอก ย้อมบริเวณที่ขาวก่อนส่วนอื่น-ขณะป้ายยาแบ่งผมบางๆ แปรงป้ายยาโกรกสีผม ทั้งด้านหน้าและด้านในเส้นผมให้ทั่ว ไม่ควรทำไปหวีไป เพราะอาจทำให้ครีมติดที่หวีเป็นส่วนใหญ่หรือหวีอาจครูดกับหนังศีรษะเป็นแผล หรืออาจไปสะกิดกระทบกับเกล็ดผม ทำให้ผมฉีกขาด อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ย้อมสีไม่ติด สีไม่สม่ำเสมอหรือผมแห้ง
ประภทของยาย้อมผม ยาย้อมผมแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ 3 ประเภทคือ
1.ประเภทใส่สีชั่วคราว สีประเภทนี้นับเป็นการใส่เคลือบผมอย่างอ่อนที่สุด เรียกว่า คัลเล่อร์รินส์ ใช้สำหรับเคลือบสีเส้นผมชั้นนอกให้ดูสดใสหายซีดและเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เช่นคนที่ตากแดดจนผมสีไม่เท่ากัน ก็ไม่ถึงกับต้องย้อมผมแค่ใส่คัลเลอร์รินส์ก็พอจะเคลือบผมอยู่ได้จากการสระหน หนึ่งไปถึงหนึ่ง และไม่สามารถปกปิดผมหงอกได้ แต่ช่วยให้ผมที่หงอกไม่มากมีสีกลมกลืนกับสีผมธรรมชาติได้ คัลเลอร์รินส์ นี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมีให้เลือกหลายสีทั้งสีอ่อนและสีแก่แต่ไม่นิยมใช้ใน ประเทศไทยที่เราใช้กันอยู่ก็แค่สีสเปรย์ ซึ่งจัดอยู่ในจำพวกสีชั่วคราวเหมือนกัน
2.ประเภทสีกึ่งถาวร สีประเภทนี้นิยมเรียกกันว่าสีโกรกผม ซึ่งจะได้ไม่ปนกับยาโกรกอื่นๆ เช่น ยาโกรกหลังดัดผม สีโกรกผมนี้จะแทรกซึมพันปลอกผมชั้นนอกเข้าไปในเส้นผม ทำให้ผมมีสีเข้มขึ้น แต่ปิดหงอกได้ไม่หมดถ้าผมหงอกไม่เกิน 30 % สีโกรกผมนี้จะยังช่วยปกปิดความหงอกได้ดีอยู่ทั้งนี้สีประเภทนี้จะอยู่ทนไม่ เกินการสระ 6 ครั้ง เพราะทุกครั้งที่สระผมสีโกรกผมก็จะหลุดลอกออกไปทีละน้อย ผลดีของสีโกรกผม ก็คือจะไม่ระคายเคืองศีรษะ พอผมหงอกขึ้นมาใหม่จะไม่มีเส้นตัดสีระหว่างผมขึ้นใหม่กับผมที่โกรกสีไว้ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติดีมากแม้จะเว้นระยะการโกรกสีไปนานๆ ก็ไม่เป็นไร (สีโกรกประเภทกึ่งถาวรนี้ไม่จำเป็นต้องผสมกับไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์)
3.ประเภทสีถาวร สีประเภทนี้จะเป็นสีที่ติดผมและปกปิดผมได้ โดยสระแล้วสีไม่ลอกออกสีประเภทนี้เราเรียกกันทั่วไปว่า สีย้อมผม (เพอร์มาเนททินส์) หรือแฮร์ไดย์ ซึ่งต้องอาศัยไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ 6% หรือ 9 % ผสมด้วย สีจึงจะทำงานล็อคเซลสีเทียนไว้ในเส้นผมได้ ผมหงอกที่ย้อมสีประเภทนี้สระก็ไม่ลอกออกสีจะติดอยู่ในผมเลยต่อเมื่อผมใหม่ ขึ้นจึงจะเห็นสีเดิมหรือผมหงอกซึ่งควรย้อมซ้ำเฉพาะโคนที่ข้นมาใหม่เท่านั้น ถ้าย้อมทับผมที่ย้อมแล้วเดิมหลายครั้งผมจะกระด้างสีทึบและด้านหมดความเงางาม ตามธรรมชาติไป ข้อสำคัญ สีที่เป็นพาราไดย์นี้ควรทดสอบก่อนใช้ครั้งแรก 48 ชั่วโมงเพราะมีผลข้างเคียงทำให้มีการแพ้ได้เวลาแพ้จะมีอาการหูบวม ตาบวม หลังหูอาจอักเสบจนน้ำเหลืองเยิ้มรู้สึกแสบเป็นต้น มีลูกค้าร้านทำผมจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบย้อมผมต้องการจะโกรกสีผมเท่านั้น แต่มีข้อแม้ว่าสีต้องติดผมหงอกช่างไม่ทราบจะทำอย่างไร ก็เลยเรียกสีย้อมผมว่าเป็นสีโกรกผม เพื่อให้ลูกค้าสบายใจ ดังนั้นส่วนใหญ่ที่เป็นอยู่ในสมัยนี้การโกรกผมก็คือการย้อมผมนั่นเอง ทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการควรจะทำความเข้าใจและเรียกกันให้ถูกจริงกันเสียที ว่าสีย้อมก็คือ สีย้อม สีโกรกก็คือสีโกรก ไม่ใช่ประเภทเดียวกัน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More