20/11/53

การล้างสีผมย้อมดำ

วิธีล้างสีผมย้อมดำ
 
ย้อมผมดำมาได้ประมาณ 1เดือนแล้ว อยากเปลี่ยนสีผมเป็นสีบลอนด์ประกายหม่นหรือเขียว
 
แหม่ม
ฟอกแล้วแต่ติดแต่โคนค่ะ เป็นสีออกแดงค่ะ แล้วปลายจะมีประกายแดงนิดนิดค่ะ แบบนี้ต้องทำไงคะ ถึงจะได้สีที่ต้องการ

แหม่ม
ถ้าฟอกแล้วผมจะเป็นสีไรคะ แล้วสามารถลงสีที่ต้องการได้เลยไหมคะ ถ้าใช้แชมพูล้างสีผม จะล้างได้จริงเปล่าคะ เห็นเขาบอกว่าให้ผสม
กับผงฟอกได้ หรือคะ แล้วต้องทำไงคะ

dsfjsdk

ถ้าทำเอง ต้องมีคนช่วยนะครับ และต้องระวังหน่อยนะครับ คนที่ลงควรมีทักษะในการลงสีพอสมควร(แนะนำว่าควรเป็นช่างหรือเคยเป็นช่าง
หรือ เคยเรียนเสริมสวยมา) ตอนที่ลงต้องลงให้เร็ว-ทั่ว-แม่น(ถ้าช้า จะด่างไม่เท่ากัน) ใช้ไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ 9% ก็พอครับ อย่าใช้ 12%
ทางที่ดีควรใช้ผงฟอกผสมกับพวกสียกระดับ อัตราส่วน สียกระดับ 2หลอด(หลอดละ 50-60 กรัม) ต่อผงฟอก 15 กรัม(1ซองพอดี) ไฮโดรเจน
เปอร์อ๊อกไซด์ 3ขวด(ขวดละ 50-60 ml)
ต้องผสมสียกระดับกับผงฟอกกวนให้เข้ากันก่อนแล้วค่อยเติมไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ แล้วกวนให้เข้ากันอีกที
ตอนกวนผงฟอกกับสีอาจมีกลิ่นฉุนแสบจมูก แต่พอเติมไฮโดรเจนไปแล้วกลิ่นฉุนจะลดลงไป ลงเสร็จใช้หมวกอาบน้ำสวมคลุมให้มิดชิด 
(ระยะเวลาที่ใช้ในการลง ไม่ควรเกิน 15 นาที แต่ทางที่ดี ภายใน 10นาทีควรเสร็จ)
หลังลงเสร็จ ทิ้งไว้ 15 นาที เปิดหมวกคอยเช็คสี ถ้าตรงไหนด่าง ก็ลงเพิ่ม(ควรผสมสีกับผงฟอกไว้ในปริมาณมากกว่าที่คิดว่าจะใช้ 1 เท่าตัว
ถ้าลงแล้วเหลือ ปล่อยไว้ในถ้วย ไว้สำหรับเติมและเกลี่ยโคน)
ตรวจดูสีบริเวณที่เคยลงสีดำมาว่าไปได้แค่ไหนโดยพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรตามนี้
-ถ้าภายใน 30 นาที ผม สีดำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง ก็ให้เกลี่ยนวดสีอีกครั้งอาจลงเพิ่มได้ แต่ระวังอย่าให้ไปถูกโคนและ
หนังศรีษะ(เว้น1-1.5นิ้ว)คลุมหมวกแล้วเช็คอีกที
-ถ้าภายใน 30 นาที ผมยังเป็นสีดำไม่เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนเป็ยหย่อมๆ ควรหยุด ล้างออกแล้วลงสี เบอร์3.0หรือ 4.0 ตรงนี้หมายความว่า
สีดำเดิมที่ทำมาฟอกไม่ออกหรือออกน้อย ถ้าฝืนทำต่อไปผมจะด่างหรือเสีย และโอกาสที่จะได้ได้สีตามที่ต้องการมีน้อย แต่ถ้ากล้าและ
ยอมรับกับสภาพ จะฝืนต่อไปก็ได้
-หลังจาก45นาทีเปิดหมวกออก ตรวจดูสีให้ทั่ว ถึงตอนนี้ควรได้สี น้ำตาลอ่อน ไม่ติดส้มหรือติดแดง ถ้าโชคดีอาจได้น้ำตาลทอง ถ้าผม
ส่วนใหญ่ได้สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลทองแล้วไม่ด่างมาก(บริเวณผมที่ฟอกไม่ลง มีน้อย และไม่ได้อยู่ในส่วนที่เด่น เช่นรอยแสก,หน้าม้า,
กรอบหน้า) ก็ให้เกลี่ยสีไปที่โคนผม ทิ้งไว้ 5 -10 นาที ล้างออก
-ถ้า45 นาทีแล้ว สียังด่างอยู่บ้าง ก็ให้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดสีส่วนที่ได้แล้วออก ยริเวณไหนยังเข้มอยู่ ก็ปล่อยต่อไปหรือลงสีเพิ่ม(ไม่ต้องคลุมหมวก)
ทั้งนี้ไม่ควรเกิน 15 นาที (ถ้านานกว่านี้ผมจะแห้งสาก ฟู แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสภาพผมก่อนทำด้วย)
-หลังจากได้สีเสมอกันทั้งศรีษะแล้ว ล้างออกให้สะอาด มากๆ จนไม่ลื่นมือ ไม่มีกลิ่นสี (ถ้าใช้ฝักบัวแรงๆฉีด น่าจะไม่ต่ำกว่า 15 นาที โดยที่
ยีแหวกผมให้น้ำผ่านตลอดเวลา)
-หลังจากล้างสะอาดแล้วเช็ดผมให้แห้งหมาดๆ(ไม่มีน้ำหยดย้อยมาที่ปลายผม) ก็ลงสีจริงได้เลย
-ตอนผสมสีจริง พิจาณาดูอีกที ว่าจะใช้ ไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์กีเปอร์เซ็นต์ อาจ จะเป็น 6% หรือ 9% (ถ้าสีผมที่ฟอกได้ยังเข้มอยู่มาก
ก็เลือก 9% แต่ถ้าได้น้ำตาลอ่อนประกายทองแล้ว 6%ก็พอ แต่ถ้าพิจารณาไม่เป็น ก็เลือก 9%ไปก่อน) ลงสีให้ทั่ว ทิ้งไว้ 25-30นาที แล้ว
ล้างออก ใส่ตัวบำรุง ทุกขนานเท่าที่หาได้ (มากๆเข้าไว้)

ทีบรรยายละเอียดมากขนาดนี้ ไม่ได้เชียร์ให้ทำเองนะครับ

แต่จะชี้ให้เห็นว่า มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ที่จะทำด้วยตัวเอง(เป็นไปไม่ได้จะดีกว่า) ต้องมีคนช่วยแน่ๆ และคนช่วยก็ต้องมีทักษะในการทำงาน
ที่ดี ไว คล่อง แม่น นิ่ง ซึ่งคนที่มีทักษะขนาดนี้ก็ต้องเป็นช่าง  และอีกประการคือถึงจะหาคนที่มีทักษะดีมาช่วยได้ แต่ในขั้นที่จะต้องพิจารณา
แก้ปัญหาแต่ละจุดนั้นเขาจะมองออกหรือไม่(อย่างเช่นมองหาสีน้ำตาลแดงในขณะที่ผมโดนฟอกอยู่) ถ้าคุณมีพร้อมทั้งสองประการ คนๆนั้นก็
คงเป็นช่างมืออาชีพแล้วครับ
แต่ก็ไม่แน่เมสอไปนะครับว่าถ้าคุณไปทำร้านแล้วคุณจะได้รับบริการจากช่างมืออาชีพ
ดังนั้นเอาประสบการณ์ที่ผมเล่าให้ฟัง แล้วเดินไปร้านทำผมเถอะครับ แค่รู้ว่าเขาควรจะทำอะไร อย่างไรบ้างก็พอแล้ว ที่เหลือให้เขาทำให้ แล้ว
ก็จ่ายค่าบริการที่พอเหมาะสมกับค่าวิชาชีพของเขา เพื่อแลกกับสีผมของเรา ที่สวยดั่งใจแบบไม่ต้องลุ้นระทึก  น่าจะดีกว่านะครับ
แต่ถ้า ยังมีเหตุผลอื่นๆที่สนับสนุน ว่าจะต้องทำเอง ก็ไม่ว่ากัน แต่ควร ทบทวนและซักซ้อมให้ดีก่อนลงมือนะครับ ถ้าคุณผ่านเคสนี้ไปได้ ก็คง
ไม่มีอะไรที่ยากกว่านี้แล้ว(สำหรับสีผมของคนเดินถนนธรรมดา)

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.hifulla.com

19/11/53

การฟอกสีผม

                                                                                                                       
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้วันพระหวังว่าเพื่อนฟทุกคนคงได้รับพรดีๆจากคุณพระศรีรัตนตรัยช่วยปกปักคุ้มครองให้อยู่เย็น
เป็นสุขกันทุกๆคนครับ
เห็นมีเข้ามาถามกันเรื่องการฟอกสีกันบ่อยมาก แต่ส่วนมากเห็นได้ว่ายังไม่เข้าใจว่าจะทำเพื่ออะไร การฟอกสีผมจะ
ทำก็ต่อเมื่อต้องการล้างสีเก่าที่มีอยู่ทั้งหมด แล้วให้สีใหม่ที่ได้สว่างขึ้นกว่าเดิมมากๆ เช่นอยากทำให้สีผมเปลี่ยนเป็น
บรอนด์อ่อนมากๆ หรือพวกสีเทาๆหรือขาวๆทำนองนั้น
แต่การที่จะทำให้สีสว่างขึ้นนั้นไม่ใช่แต่เฉพาะมีแต่วิธีฟอกเท่านั้น ยังสามารถใช้วิธีล้างประกายสีมาช่วยได้อีกด้วย การ
ล้างประกายสีก็สามารถใช้ได้ทั้งผงกัดมาล้าง หรือใช้สีเองมาล้างได้ทั้งสองอย่างขึ้นอยู่กับงานที่ต้องการ
ในที่นี้พี่จะคุยให้ฟังถึงวิธีฟอกสีผมก่อนแล้วกัน ส่วนเรื่องการล้างประกายสีมีวิธีใหม่ๆมาเหมือนกันแต่ขอไว้ทีหลังว่างๆ

จะมาเล่าให้ฟังเผื่อเป็นประโยชน์กับช่างผมที่อยากได้วิธีใหม่ๆบ้าง

การฟอกสีผม
สิ่งที่ต้องใช้คือ ผงกัดกับไฮโครเจนเปอร์ออกไซด์ ในที่นี้ผมจะพูดกรณ์ผมธรรมชาติแล้วกันเพื่อความ

เข้าใจที่ง่ายขึ้น ถ้าต้องการให้ได้สีผมออกมาเหลืองนวลสวยหรืออยากได้สีขาวต้องใช้ไฮโดรเจนแค่6%กับ3%เท่านั้น เหตุผลก็คือ
ถ้าใช้ไฮโดรเจนเปอร์เซ็นต์สูงๆ เม็ดสีในเส้นผมจะเกิดการแตกตัวแล้วผลงานที่ได้ก็มีจะเม็ดสีส้มฝังอยู่ในเส้นผม ถึงแม้
จะทิ้งไว้นานจนดูไม่เหลือส้มแล้วก็ตาม พอทิ้งเวลาไปซักพักสีส้มก็จะโชว์ขึ้นมาให้เห็นอีก

แต่ถ้าเราใช้เปอร์เซ็นต์ต่ำๆเม็ดสีจะค่อยๆโดนฟอกทิ้งไปโดยไม่เกิดการแตกตัวของเม็ดสี ผลที่ได้ก็จะได้สีที่เหลือง

สวยหรือจะทำให้เป็นเทาหรือขาวง่ายขึ้น

ที่นี้มาพูดถึงการฟอกบ้าง นี่เป็นเทคนิคของทางต่างประเทศเค้าเลยนะค่อนข้างได้ผลดี แต่ถ้าเป็นเทคนิคของผมเอง

ไว้บอกทีหลัง เริ่มต้นด้วยใช้ผงกัดผสมกับไฮโดรเจน6%ลงที่เส้นผมโดยเว้นโคนผม 1เซ็นติเมตร ทิ้งไว้ประมาณ 50
นาทีถึง1ชั่วโมง จากนั้นเช็ดออก เน้นนะครับว่าห้ามล้าง เช็ดออกเท่านั้น

ถ้าล้างออกนอกจากจะเสียเวลาแล้วเส้นผมที่ได้จะแห้งเสียมากๆ ไม่อธิบายนะ เดี๋ยวยาว ผลลัพท์ที่ได้ จะได้สีอยู่ใน

ระดับ 8 โดยประมาณ คือบรอนด์อ่อนน่ะ จากนั้นฟอกซ้ำอีกครั้งด้วยผงกัดกับไฮโดรเจน 3%ทีนี้ลงตั้งแต่โคนผมถึง
ปลายเลยทิ้งไว้อีก เวลาเท่าเดิม ทีนี้ถ้าสระออกแล้วเป่าสีที่ได้ก็จะได้อยู่ในระดับที่10-11ซึ่งจะเป็นสีบรอนด์อ่อนมากๆ
เกือบจะขาวแล้ว ถ้ายังไม่พอใจอยากให้เป็นสีออกเทา หรือขาว เราก็มาลงสีกัน ทีนี้ต้องมาดูก่อนว่าอยากได้สีอะไร อยากให้ออกเขียว
ก็ให้ใช้สีบรอนด์สว่างมากๆแต่มีประการน้ำเงิน(พวก.11) ถ้าอยากได้สีขาวก็ใช้สีบรอนด์สว่างมากๆแต่มีประการม่วง(พวก.2)
หรืออยากได้เทา ก็ใช้สีบรอนด์สว่างมากๆแต่มีประกายม่วงอมเทา(พวก.21) แล้วเติมสีดำลงไปนิดหน่อย อันนี้เป็นหลักของแม่สีที่เอามาช่วย
เพราะว่าสีผมที่เราฟอกออกมาได้นั้นจะได้เหลืองอ่อนๆ ถ้าเราเติมน้ำเงินเข้าไปก็จะได้เขียว ถ้าเราใส่ม่วง สีม่วงก็จะ
ไปกดสีเหลืองก็จะทำให้เหลืองหายไปทำให้ได้สีออกมาขาวๆ แต่ถ้าเป็นเทาก็อย่างที่บอกต้องเติมสีดำลงไปนิดหน่อย
มากน้อยขึ้นอยู่กับว่าต้องการเทามากน้อยแค่ไหน อีกอย่างก่อนลงสีไม่ต้องเป่าแห้งครับ แค่เช็ดผมให้หมาดๆก็พอ ลง
สีได้เลย ข้อดีก็คือได้สีสม่ำเสมอมากกว่าเป่าแห้งแล้วลง

เหตุผลก็คือการฟอกจะทำให้เส้นผมแห้งแล้วในเส้นผมแต่ละเส้นจะแห้งเสียไม่เท่ากัน ส่วนไหนแห้งมากจะดูดซับเม็ด

สีได้มากกว่า ส่วนไหนแห้งน้อยก็จะดูดเม็ดสีได้น้อยกว่า ส่วนดูดมาก สีจะเข้ากว่า จะทำให้ได้สีออกมาไม่สม่ำเสมอ
แต่ถ้าผมยังเปียกอยู่ส่วนไหนที่แห้งมากก็จะดูดซับน้ำไว้มากว่าเหมือนกัน พอลงสีก็จะทำให้การดูดซับเม็ดสีสม่ำเสมอ
ได้ดีกว่า จะทำให้ได้สีที่สวยกว่าครับ

ขอเน้นอีกอย่างที่สำคัญอยู่มาเหมือนกัน เรื่องของอัตราส่วนของไฮโดรเจน แต่ละยี่ห้อมีอัตราส่วนผสมไม่เหมือนกัน

บ้างก็ 1:1 บ้างก็ 1:1.5 บ้างก็ 1:2 บางบริษัทให้ใช้ 1:3 ขอแนะนำว่าควรใช้ให้ตรงสเปกเค้านะครับ แต่แต่ก็มีข้อยกเว้น
อีกเหมือนกันว่า ถ้าต้องการให้ผงกัดกับไฮโดรเจนทำงานเร็วขึ้นหรือฟอกออกมาได้สว่างมากกว่าปกติก็สามารถทำได้
โดยการลดไฮโดรเจนลงมาอีก ก็จำทำให้การทำงานของผงกัดทำงานได้เร็วขึ้นและแรงกว่าด้วย แทนที่จะใช้เวลา 50
นาที ก็อาจเหลือ 30-40นาทีเท่านี้น

แต่ถ้าทิ้งเวลาเท่ากันก็จะได้สีที่สว่างมากกว่าครับ แต่สิ่งที่ได้ก็นั่นแหระเส้นผมแห้งกว่าด้วยเหมือนกัน เลือกเอานะครับ

ว่าจะพอแต่ก็แถมอีกนิดนึง กรณีบางคนใช้น้ำผสมกับไฮโดรเจน ขอห้ามนะครับ เพราะจะทำให้ตัวบำรุงที่เค้าผสมมาใน

ไฮโดรเจนถูกเจือจางลงไป ทำให้เส้นผมหลังการทำเคมีแห้งเสียมากกว่าด้วย ส่วนเรื่องการล้างประกายสีติดไว้ก่อน
ครับไว้ว่างๆจะเข้ามาเขียนให้ดูอย่างละเอียดอีกที
   
ขอบคุณข้อมูล http://www.hifulla.com

18/11/53

การทำทรงผม-ทำสีผมให้เข้ากับปีนักษัตรเกิด

       การทำทรงผม-การทำสีผมของหนุ่มสาวสมัยใหม่  นอกจากทำสีผมเพื่อความสวยงามแล้ว  ถ้าเราทำให้เข้ากับปีนักษัตรของเราแล้ว  ก็จะช่วยเสริมให้เราดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย

    หนุ่มสาวปีชวด เข้มแข็งทางความคิด รักเพื่อน บางครั้งเชื่อเพื่อนมากกว่าแฟน บางครั้งรักง่ายหน่ายเร็ว ใช้ความคิดตลอด ถ้าตั้งความหวัง มักจะทำให้ได้ไม่เร็วก็ช้า ทั้งหญิงชายผมไม่ควรยาวมากเพราะจะเก็บเงินไม่อยู่ ควรเป็นผมทุยหรือดัดสั้น ทำสีผม สีน้ำตาลทอง บรอนซ์กลาง ทำให้ไม่เครียด หรือ ไฮไลต์แดง ช่วยปัดเป่าอุปสรรค เงินเข้า และ สีแดงออกม่วง ช่วยให้เงินเข้าง่าย สีผมที่ไม่ควรทำคือ สีดำ เพราะทำให้เครียด

     หนุ่มสาวปีฉลู มุทะลุ เอาแต่อารมณ์ จะเหนื่อยกับงาน เปรียบเหมือนต้นกระบองเพชรที่ทนแดดทนฝน แต่ไม่เติบโตเรื่องงานเสียที สีผมที่เหมาะ สีน้ำตาลอ่อน ทำให้อารมณ์ดี ไม่เครียด สีแดง ทำให้ไม่ย่อท้อการงาน สีน้ำเงิน ไม่ย่อท้อ มีมุมมองใหม่ ๆ สีส้ม ความเป็นมิตรที่ดี ไม่ควรทำผม สีดำ ทำให้การงานไม่เปลี่ยนแปลง

     หนุ่มสาวปีขาล เป็นคนที่ดุ ต้องการการยอมรับจากคนทั่วไป อารมณ์รุนแรง เจ้าความคิด มักเครียดง่าย ท่านไม่ชอบโดนกักขังความคิด แต่ท่านจะประสบความสำเร็จจากความคิดของท่านเอง ไม่ควรไว้ผมยาวมาก ทำให้เครียดและคิดอะไรไม่ออก สีผมที่ควรทำ สีน้ำตาล จิตใจจะอ่อนนุ่มลง สีน้ำตาลส้ม อารมณ์ดี เป็นมิตรกับทุกคน สีชมพูไฮไลต์ ทำให้ความรักดี ไม่ควรทำผม สีดำ จะทำให้ยิ่งยึดติดความคิดของตนเอง

     หนุ่มสาวปีเถาะ เชื่อมั่นในตนเองมาก บางครั้งท่านเครียดกับการทำงานของท่านเอง ใช้เงินเก่ง รักใครรักจริง ชอบมองคนจากสายตาและความรู้สึก หากท่านปฏิบัติธรรมจะประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ท่านควรไว้ผมยาว สไลด์ จะทำให้ท่านน่าเชื่อถือ ไม่ควรทำผมสั้นมาก เพราะทำให้เงินออก การทำสีผมใช้ น้ำตาลส้มเข้ม ทำให้ไม่เครียด น้ำตาล ทำให้หนักแน่น สีผมที่ไม่ควรทำคือ บรอนซ์อ่อน ทำให้การเงินรั่วไหล ใช้เงินเก่ง

     หนุ่มสาวปีมะโรง เป็นผู้นำเต็มตัว รักความยุติธรรม มีมุมมองการทำงานที่ชัดเจน รักอิสระ ท่านเก็บเงินเก่ง ใช้เก่ง และมีปัญหากับความรักอยู่บ่อย ๆ ไม่ควรทำผมสั้นเกินเพราะเงินจะออกง่าย ทำสีผมด้วย สีดำออกม่วง ช่วยปัดเป่าอุปสรรค สีดำ มีความเป็นผู้นำ แต่จะเครียด สีน้ำตาลส้ม ทำให้มีมุมมองใหม่ ๆ เสมอ

    หนุ่มสาวปีมะเส็ง ท่านต้องช่วยเหลือตนเอง ลำบากตอนเด็ก แต่จะประสบความสำเร็จจากความคิดของท่านเองเมื่อโตขึ้น บางท่านอาจผิดหวังเรื่องความรักอยู่บ่อย ๆ แต่คำพูดของท่านจะดีมาก มีแต่คนเชื่อ ทรงผม ของคนปีนี้อาจซอยผมสั้น ๆ เพื่อลดความเครียด ใช้ สีส้มทอง น้ำตาลแดงเข้ม ทำให้อารมณ์ของท่านเย็นลง ไฮไลต์ สีฟ้า ทำให้เกิดความคิดการงานใหม่ ๆ ส่วน สีดำ เหมาะกับท่านที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว

     หนุ่มสาวปีมะเมีย เป็นนักสู้ของความคิด ต้องรับภาระจากคนรอบข้างที่มาพึ่งท่านเสมอ ท่านเองกล้าได้กล้าเสี่ยงที่จะลงทุนเมื่อมีโอกาส เพราะท่านเป็นนักสู้อยู่แล้ว ควรทำผมด้วย สีดำแดง ทำให้มุมานะในการทำงาน สีส้มน้ำตาล นำความเป็นมิตร สีดำ การยึดมั่นในความคิด แต่จะเหนื่อย

     หนุ่มสาวปีมะแม ท่านเป็นผู้รับภาระต่าง ๆ มีญาติพี่น้องมาพึ่งท่านตลอดเวลา แต่ท่านเป็นคนพูดดีเป็นมิตรกับทุกคน และหาเงินง่าย แต่เงินท่านนั้นจะมีแต่คนมาขอ ควรทำผมด้วย น้ำตาลเข้ม เงินไม่ออกง่าย สีดำแดง ความคิดไม่หยุดนิ่ง สีส้มทอง เสริมทรัพย์ของท่าน

     หนุ่มสาวปีวอก เป็นคนรักเพื่อน รักความสบาย มีเสน่ห์ คำพูดดี มีแต่คนชอบ ค่อนข้างเจ้าชู้ หาเงินง่ายใช้เงินเก่ง เงินมักออกจากการซื้อความสุขสำราญ ควรทำผมสีดำเข้ม คนจะเชื่อคำพูด น้ำตาลธรรมชาติ จะทำให้มีความคิดเป็นกลาง ลดความเอาแต่ใจตนเอง ไม่ควรทำ สีบรอนซ์อ่อน เพราะเงินจะไหลออกมาก

    หนุ่มสาวปีระกา เจ้าอุดมการณ์ เหมาะที่จะเป็นนักคิดนักเขียน นักวางแผน เป็นคนที่รักตนเองและยึดติดกับความคิดของท่านเอง จิตใจหนักแน่น รับแบบใจแลกใจเลยทีเดียว ควรทำผมด้วย สีดำน้ำเงิน เพื่อเสริมความก้าวหน้า สีน้ำตาลม่วง เสริมโชคลาภ สีที่ไม่ควรทำคือ สีบรอนซ์อ่อน การเงินไหลออกง่าย

    หนุ่มสาวปีจอ ปากร้ายใจดี คำพูดเป็นเงินเป็นทอง รักเพื่อนฝูง สู้ชีวิต สู้งาน มีภาระรับผิดชอบมาก ท่านชอบคนที่เอาใจ รักความยุติธรรม รักศักดิ์ศรี ควรทำผมด้วย สีบรอนซ์อ่อน ทำให้อารมณ์ดีไม่วู่วาม สีน้ำตาลออกเขียว นำความเป็นมิตรมาให้ ถ้าทำ สีดำ จะทำให้ท่านดุและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิด

    หนุ่มสาวปีกุน รักอิสระเหมือนนกบิน รักง่ายหน่ายเร็ว ชอบหาความสุขใส่ตัว รักความสบาย ชอบนอน เป็นผู้รู้ใจคน ชอบคนพูดจาดี มีเพื่อนฝูงมาก บางครั้งชอบเอาประโยชน์ฝ่ายเดียว ควรทำสีผม สีดำแดง ช่วยด้านการเงิน คำพูด ได้ทรัพย์ สีน้ำตาล ส้มทอง ความเป็นมิตร สีดำไฮไลต์สีส้ม เสริมความคิด เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่.


ที่มา leelacheewit.com

17/11/53

สูตรย้อมผมหงอกออกแฟชั่น-สีเขียวหม่น



   บางคนอาจจะเบื่อกับการย้อมผมสีดำเพื่อปิดผมหงอก ลองมาทำสีผมปิดผมหงอกเป็นสีแฟชั่นกันดีกว่า

ทำความรู้จักเรื่องโครงสร้างเส้นผม
ชั้นของเส้นผมจะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนด้วยกันคือ

1.คิวทิเคิล (Cuticle)เป็นเกล็ดผมชั้นนอกสุด ลักษณะเรียงซ้อนกันเหมือนเกล็ดปลาเป็นตัวป้องฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกได้

2.คอร์เท็กซ์ (Cortex)
เป็น เกล็ดผมชั้นกลางจะมีผลต่อการทำเคมีไม่ว่าจะดัด หรือทำสี เช่น เม็ดสีผมคนเอเชียส่วนใหญ่เม็ดสีเข้มน้ำตาลเข้ม หรือเม็ดสีแดงส่วนใหญ่ ต้องการสีบลอนด์หรือสีประกายอื่นๆ เม็ดสีเทียมในหลอดสีจะเข้าไปเปลี่ยนเม็ดสีเดิมๆ ให้เป็นสีแฟชั่นอย่างที่ต้องการ

3.เมดูลา (Medula)
เป็นแกนในสุดของเส้นผม ลักษณะเป็นแท่งซึ่งเปรียบเสมือนท่อส่งอาหารให้เกล็ดผมชั้นกลาง และชั้นนอกให้แข็งแรง

ประเภทของสี Kadus มี 3 ประเภท โดยใช้สัญญลักษณ์

S-สี Selecta Premium (สีถาวร) สีย้อม
F-สี Fervidol Brilliant (สีกึ่งถาวร) สีเคลือบ
C-สี Fervidol Color & Care (สีชั่วคราว) สีบำรุง


วิธีดูการอ่านสี   เช่น สีรหัส 7/43
7                          4                     3

พื้นสีผมเดิม       ประกายสี  เหลือบ

7/43 คือ สีบลอนด์กลายประกายแดงเหลือบทอง

ทฤษฎีสีเบื้องต้น

แม่สีมี 3สี  คือ แดง เหลือง น้ำเงิน

การผสมสีขั้นที่ 1
แดง+เหลือง   = สีส้ม
เหลือง+น้ำเงิน  = เขียว
แดง+น้ำเงิน = ม่วง

การผสมสีขั้นที่ 2

ซึ่งเป็นสีตรงข้ามกันสามารถใช้เบรกสีกันได้ ในกรณีลูกค้าไม่ต้องการเห็นประกายแดงมากใช้สีเขียวใส่เบรกให้มีเม็ดแดงน้อยลงได้
แดง+เขียว = สีธรรมชาติ
ส้ม+น้ำเงิน = สีธรรมชาติ
เหลือง+ม่วง = สีธรรมชาติ


สูตรการย้อมหงอกออกแฟชั่น

ปริมาณผมขาวบนศีรษะ สีธรรมชาติ สีแฟชั่น ไฮโดรเจน 6%

0-30%           20 ML 40 ML 60 ML

30%-50%     30 ML 30 ML 60 ML

50%-100%   40 ML 20 ML 60 ML

สูตรการย้อมหงอกออกแฟชั่นให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ให้ช่างสังเกตปลายผมของลูกค้าเป็นเกณฑ์ในการเลือกสีธรรมชาติมาผสม เช่น

-ปลาย ผมลูกค้ามีสีสว่างอยู่ระดับบลอนด์ขึ้นไป ให้ใช้สีธรรมชาติเบอร์ 6/0 (บลอนด์เข้ม) หรือ 7/0 (บลอนด์กลาง) เป็นตัวผสมคู่กับสีแฟชั่นที่ลูกค้าต้องการถึงจะได้สีชัดเจนและสามารถเปิดผม ขาวได้ 100%

-ปลายผมลูกค้ามีสีเข้มอยู่แล้ว เช่น ประกายม่วง/ประกายแดง/ประกายมะฮอกกานี ให้ใช้สีธรรมชาติเบอร์ 4/0 (น้ำตาลกลาง) หรือ 5/0 (น้ำตาลอ่อน) เป็นตัวผสมคู่กับสีแฟชั่นที่ลูกค้าต้องการถึงจะได้สีชัดเจน และสามารถปิดผมขาวได้ 100%


สูตรในการเคลียร์พื้นผมของ Kadus มี 2 สูตร

สูตรที่ 1 ผมธรรมดาที่ไม่เคยผ่านการทำสี
สูตรเคลียร์พื้นผมดำบริสุทธิ์ โดยใช้สี บลอนด์ซีรี่ย์

11/0 = 30 ml
ไฮโดรเจน 9 %,12% = 60 ml (1 : 2)
9 % สำหรับ ผมเส้นเล็ก,ผมธรรมดา,12% สำหรับผมเส้นใหญ่ ดำ หนา

วิธีทำ

-ทาสีเคลียร์โทน เว้นโคน 1 ซ.ม.จากนั้นทิ้งเวลา 25 นาที เติมโคนทิ้งเวลา 5-10 นาที

-จาก นั้นล้างออก สระด้วยแชมพู Intensive Cleanser 1 แชมพู และล้างออกเป่าผมหมาดลงสีแฟชั่นเบอร์ที่ลูกค้าต้องการ + ไฮไดรเจน 3% (1:2) ทาโคนถึงปลายทิ้งเวลา 20 นาทีจากนั้นล้างออก สระด้วยแชมพู Color ล้างออกนวดด้วย Mask Color (เพื่อให้สีติดทนนานต้องใช้แชมพูในกลุ่มถนอมสี

สูตรที่ 2 สูตรเคลียร์พื้นผมที่ผ่านการทำสีดำ,น้ำตาลเข้ม,แว็กซ์,เฮนน่า,คนที่มีสีประกายแดง,ม่วง ต้องการเปลี่ยนเป็นบลอนด์
สูตรในการเคลียร์ใช้ผงฟอกบลอนด์ดิ้ง พลัส

ผงฟอก = 30ml+ไฮโดรเจน 9% 12% =  30ml+แชมพู Sebo (ผมมัน) = 10ml
(9%สำหรับผมเส้นเล็ก, 12% สำหรับผมเส้นใหญ่)

วิธีทำ

-ทาเว้นโคน 1 ซม. จากนั้นทิ้งเวลาไม่กำหนดจนได้ระดับที่ต้องการ และเติมโคนต่อทิ้งเวลา 5-10 นาที

-จาก นั้นล้างออกสระด้วยแชมพู Intensive Cleanser 1 แชมพู และล้างออก เป่าผมหมาดลงสีแฟชั่นที่ต้องการ+ไฮโดรเจน 3% (1:2) ทาโคนถึงปลายทิ้งเวลา 25-30 นาที ล้างออกสระด้วยแชมพู Color 1 แชมพู และนวดด้วย Mask Color ล้างออกจัดแต่งทรง


วิธีการทำสี Fervidol Brilliant (สีกึ่งถาวรหรือสีเคลือบ)

1.ทำความสะอาดเส้นผมด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ 1 แชมพู
2.เป่าผมหมาดประมาณ 95%
3.ผสมสีตามที่ลูกค้าต้องการ
4.ลงสีได้เลยตั้งแต่โคนจรดปลาย
5.ทิ้งเวลาตามสภาพเส้นผม
6.พรมน้ำให้ทั่วเส้นผม นวดให้เกิดฟองทั้งศีรษะ
7.ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดจนน้ำใส (ห้ามลงแชมพู)
8.บีบน้ำให้หมาดลง อิมมูนัล คัลเลอร์ มาส์ค สี นวดให้ทั่วเส้นผมทิ้งไว้ 3-5 นาที
9.ล้างออกให้สะอาด
10.จัดแต่งทรงตามต้องการโดยใช้ สลาลม


Fervidol Color & Care (เฟอร์วิดอล์ คัลเลอร์ แอนด์ แคร์)

ครีม เปลี่ยนสีผมชั่วคราวที่ปราศจากแอมโมเนีย ติดทนนาน 8-10 แชมพูประกอบด้วยส่วนผสมของสารบำรุงผมคือเบตาอิน และไมโคร-คัลเลอร์โมเลกุลของเม็ดสีสามารถซึมเข้าสู่ชั้นของเกล็ดผมได้อย่าง สม่ำเสมอ และคงทน ดี-แพนตินอล ทำให้ผมนุ่มชุ่มชื่นและนุ่มสลวย พีคิว-ทีน-แคร์ เป็นคอนดิชันเนอร์เพื่อให้โครงสร้างเส้นผมแข็งแรง และหวีง่ายขึ้น เซโทรโมเนียม ช่วยปรับสภาพผมตลอดจนซ่อมแซมผมที่แห้ง และเสียให้มีสุขภาพดี สมบูรณ์ แข็งแรงขึ้น ในชุดประกอบด้วย

1.Color Liquid (คัลเลอร์ ลิควิด)

 -เป็นสีเคลือบผมที่ซึมเข้าสู่เส้นผมได้ในทันที สามารถปิดผมหงอกได้ถึง 40%
 -มีสีให้เลือกมากถึง 15 เฉดสี ตั้งแต่ระดับอ่อนถึงเข้มทั้งสีธรรมชาติและสีแฟชั่น
 -ปรับความสมดุลของสีผมให้สม่ำเสมอได้ดีกว่าการทำสีผมถาวร (สีย้อม)
 -เพิ่มประกายและไฮไลท์ของสีผม เหมาะสำหรับทุกสภาพเส้นผม

วิธีใช้

 -ใช้ คัลเลอร์ ลิควิด แบบไม่ต้องผสม โดยตรงกับผมที่แห้งสะอาด หรือหมาดๆ (ถ้าผมไม่สะอาดควรสระผมก่อน) ทิ้งไว้ 20 นาทีโดยใช้เครื่องอบร้อนช่วย

 -เสร็จ แล้วนวดเบาๆ ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ในกรณีที่ต้องการทำสีผมหลังจากผ่านขั้นตอนของการดัดผมแล้ว ควรสระผมด้วนแชมพูและล้างให้สะอาดก่อนที่ใช้ คัลเลอร์ ลิควิด

2.Color Mask (คัลเลอร์ มาส์ค)

 -ใช้ ผสมกับ คัลเลอร์ ลิควิค เฉดสีไหนก็ได้เพื่อเน้นโทนสีผม เพื่อเพิ่มประกายสีผมให้สดใสพร้อมการบำรุงรักษาเส้นผมให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผมที่ผ่านการดัด ยืด และย้อมบ่อยโดยไม่ทำให้ผมเสียแต่อย่างใด

วิธีใช้

 -ใช้ คัลเลอร์ ลิควิด 1 ส่วน ผสมกับ คัลเลอร์ มาส์ค 1 ส่วน ทาลงผมที่แห้งหมาดแล้วทิ้งไว้ 10 นาที โดยใช้ความร้อนช่วยแล้วล้างออกให้สะอาด

3.Color Shampoo (คัลเลอร์ แชมพู)
 -ใช้ผสมกับ คัลเลอร์ ลิควิค เฉดสีไหนก็ได้ ในการทำความสะอาดเส้นผมที่ผ่านการทำสี อ่อนโยนต่อเส้นผม และเพิ่มความเงางามตามธรรมชาติ

วิธีใช้

 -เท คัลเลอร์ ลิควิค 1 ส่วน ผสมกับคัลเลอร์แชมพู 2 ส่วน ใช้สระผมควรทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก
 -ควรนำกลับไปใช้ในการสระผมที่บ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สีผมติดทนนานขึ้น


สูตรการสร้างสีเขียวหม่น

การทำสีเขียวหม่น /1 และ /2
พื้นผมลูกค้าสว่างได้ระดับ 6/0 บลอนด์เข้มขึ้นไป

อัตราส่วนการผสม

1.ใช้สีซีเล็คต้า 11/1 หรือ 11/2 = 30ml (เพิ่มตามปริมาณของเส้นผม)

2.ใช้สีซีเล็คต้า 2/01 (ดำน้ำเงิน) = 2-3 ซม. (เพิ่มตามปริมาณของเส้นยผม)

3.ไฮโดรเจน 3% 2 ส่วน = 60 ml (ตามปริมาณเนื้อสี)

วิธีทำ
1.สระด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ ทุกครั้งก่อนทำ เพื่อเป็นการเปิดเกล็ดผม

2.เป่าผมแห้ง

3.ลงสีได้เลย ขั้นตอนเดียว (ทาสีโคนจรดปลาย)

4.ทิ้งเวลา 15 นาทีแรกเช็คผมก่อนถ้าสียังติดไม่เต็มที่ ทิ้งต่ออีก 5 นาที

5.ล้างสี โดยนำลูกค้านอนที่เตียงสระแล้วพรมน้ำ นวดให้เกิดฟองล้างสีให้สะอาด แล้วสระด้วยแชมพูถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ แชมพู)

6.ใส่มาร์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค) ลูบที่ปลายเส้นผมหมัก 3-5 นาที ล้างออกให้สะอาด

7.จัดแต่งทรงผมได้ตามต้องการ ด้วยชุดผลิตภัณฑ์สลาลม

วิธีเติมเม็ดสีด้วยทรีทเม้นท์ หลังจากการทำสี

หลังจากการทำสีเขียวหม่น :

ถ้า ผมซีดจางลงให้ใช้สี เฟอร์วิดอล์ บริลเลี่ยน ผสมกับ มาส์ค ถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค) เป็นการเติมเม็ดสีต่อเนื่องได้ตลอด ถ้าต้องการให้ผมดูนุ่มเงา สีสดใสอยู่ได้นานต้องใช้แชมพูถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ แชมพู) และ มาร์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค) ของชุด อิมมูนัล ของ Kadus เท่านั้น

วิธีการเติมเม็ดสี มีขั้นตอนดังนี้

 -สระผมให้สะอาดด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ 1 หรือ 2 แชมพูตามสภาพของความสกปรกของเส้นผม

 -ซับ ผมให้หมาด ใส่ไฮโดร เอ็นเนอร์จี้ มาร์ค หรือมาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค) ก็ได้ตามปริมาณความหนา-บางของเส้นผมให้พอดี เพิ่มสี เฟอร์วิดอส์ บริลเลี่ยน เบอร์ 2/01 ลงในถ้วยผสมกับมาส์คประมาณ 10 ซม. แล้วคนให้เข้ากัน

 -ใส่ให้ทั่วเส้นผมทิ้งเวลาไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด

 -จัดแต่งทรงผมได้ตามต้องการด้วยชุด ผลิตภัณฑ์สลาลม ถ้าต้องการเก็บเม็ดสีให้อยู่นานควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น


สูตรการทำสีดาร์กช๊อคโกแลต (Dark Chocolate)

-ใช้สี ซีเล็ตต้า 5/71 และ 5/66 เป็นสีหลัก
-พื้นผมลูกค้าต้องการอยู่ที่ระดับ 4/0 น้ำตาลกลางขึ้นไปเท่านั้นจึงจะเห็นสีดาร์กช๊อคโกแลตเด่นชัด
อัตราส่วนในการผสม
 สีซีเล็ตต้า 5/71 1 ส่วน = 30ml
 สีซีเล็คต้า 5/66 1 ส่วน = 10ml
 เปอร์ออกไซด์ 9% = ปริมาณ 40 ml (ทำ 2 ขั้นตอน)

วิธีการทำ (ทำ 2 ขั้นตอน)
1.ทาส่วนปลายก่อนเว้นโคนไว้ 1 ซม.ทิ้งเวลา 30-35 นาที

2.เติมโคนทิ้งเวลา 5-10 นาที

วิธีล้าง

-พรมน้ำให้ทั่วนวดให้เกิดฟองทั้งศีรษะ ล้างครีมออกให้สะอาด

-ล้าง ด้วยแชมพูถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ แชมพู) 1 ครั้ง บีบผมหมาดนวดด้วยมาส์ค ถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาร์ค) ทิ้งไว้ 3-5 นาที ล้างออกให้สะอาดจัดแต่งทรงได้ตามต้องการ ด้วยชุดผลิตภัณฑ์สลาลม

วิธีการเติมเม็ดสีมีขั้นตอนดังนี้

-สระผมให้สะอาดด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ 1 หรือ 2 แชมพูตามสภาพความสกปรกของเส้นผม

-ซับ ผมให้หมาด ใส่ ไฮโดร เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค หรือ มาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้แชมพู) และมาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค) ของชุดอิมมูนัล ของ Kadus เท่านั้น

วิธีการเติมเม็ดสีมีขั้นตอนดังนี้

1.สระผมให้สะอาดด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ 1 หรือ 2 แชมพูตามสภาพความสกปรกของเส้นผม

2.ซับ ผมให้หมาด ใส่ ไฮโดร เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค หรือ มาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้มาส์ค) ก็ได้ตามปริมาณความหนา-บางของเส้นผมให้พอดี ผสมกับ สีเฟอร์วิดอล์ลบริลเลี่ยม เบอร์ 5/66 ประมาณ 5-10ml แล้วคนให้เข้ากัน

3.ใส่ให้ทั่วเส้นผมทิ้งเวลาไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด

4.จัดแต่งทรงผมได้ตามต้องการด้วยชุด ผลิตภัณฑ์สลาลม ถ้าต้องการเก็บเม็ดสีให้อยู่นานควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น


สูตรการทำสีวอลนัท (Walnut)

-ใช้สี ซีเล็ตต้า 8/71 และ 6/77 เป็นสีหลัก
-พื้นผมลูกค้าต้องอยู่ที่ระดับ 5/0 น้ำตาลอ่อนขึ้นไปเท่านั้น จึงจะเห็นสีวอลนัทเด่นชัด

อัตราส่วนในการผสม
 สีซีเล็คต้า 8/71 = 20ml
 สีซีเล็คต้า 6/77 = 10ml
เปอร์ออกไซด์ 9% ปริมาณ 30 ml

วิธีการทำ (ทำ 2 ขั้นตอน)

1.ทาปลายก่อนเว้นโคน 1 ซม.ทิ้งเวลา 30-35 นาที

2.เติมโคน ทิ้งเวลา 5-10 นาที

วิธีการล้าง

-พรมน้ำให้ทั่วนวดให้เกิดฟองทั้งศีรษะ ล้างครีมออกให้สะอาด
-ล้างด้วยแชมพูถนอมสี 1 ครั้ง บีบผมหมาดนวดด้วย มาร์ค ถนอมสี ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จัดแต่งทรงผมได้ตามต้องการ
วิธีการเติมเม็ดสีมีขั้นตอนดังนี้
 -สระผมให้สะอาดด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ 1 หรือ 2 แชมพูตามสภาพความสกปรกของเส้นผม
 -ซับ ผมให้หมาด ใส่ ไฮโดร เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค หรือ มาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้แชมพู) และมาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค) ของชุดอิมมูนัล ของ Kadus เท่านั้น

วิธีการเติมเม็ดสีมีขั้นตอนดังนี้

1.สระผมให้สะอาดด้วยแชมพู อินเทนซีฟ คลีนเซอร์ 1 หรือ 2 แชมพูตามสภาพความสกปรกของเส้นผม

2.ซับ ผมให้หมาด ใส่ ไฮโดร เอ็นเนอร์จี้ มาส์ค หรือ มาส์คถนอมสี (คัลเลอร์ เอ็นเนอร์จี้มาส์ค) ก็ได้ตามปริมาณความหนา-บางของเส้นผมให้พอดี ผสมกับ สีเฟอร์วิดอล์ลบริลเลี่ยม เบอร์ 6/77 ประมาณ 5-10ml แล้วคนให้เข้ากัน

3.ใส่ให้ทั่วเส้นผมทิ้งเวลาไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด

4.จัดแต่งทรงผมได้ตามต้องการด้วยชุด ผลิตภัณฑ์สลาลม ถ้าต้องการเก็บเม็ดสีให้อยู่นานควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น


ที่มา http://www.hifulla.com

16/11/53

ข้อเท็จจริงเรื่อง"การถอนผมหงอก"

                                                                       

ความเชื่อเรื่อง "ถอนผมหงอก"

     มีความเชื่อเรื่องการถอนผมหงอกว่า ถ้ายิ่งมี ถอนผมหงอก แล้วจะยิ่งทำให้ให้เกิดผมหงอกขึ้นเร็วขึ้นและขึ้นจนทั่วศรีษะ จากเรื่องความเชื่อนี้ ทางการแพทย์ระบุว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะในความเป็นจริงแล้ว การถอนผมหงอก 1 เส้น รากผมจะสามารถสร้างเส้นผมได้เพียง 1 เส้นเท่ากัน ต่อให้มีการถอนผมมากเพียงใดเส้นผมที่เพิ่มขึ้นมาก็จะเท่า ๆ กับที่ถอนผมออกไป และผมหงอกที่ถูกถอนออกไปนั้นไม่สามารถสร้างเส้นผมหงอกขึ้นมาได้อีก

          แต่ผมหงอกที่เพิ่มขึ้นนั้นน่าจะมาจากปัจจัยอื่นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ความเครียด อาหารที่รับประทาน มลภาวะและสารเคมีที่ส่งผลต่อเส้นผม การผลิตเส้นผมและหนังศีรษะ ดังนั้น ก่อนที่จะมีผมหงอกก่อนวัยอันควรแนะให้ดูแลผมให้ดกดำด้วยการกินอาหารที่มี ประโยชน์อุดมคุณค่าจากวิตามินบี ไบโอติน และสังกะสี อย่างเช่น งาดำ ข้าวกล้อง ตับ ปลาเนื้อขาว และแครอท เป็นต้น แล้วก็ทำจิตใจให้สดใสไม่เครียดเกินไปนักรวมทั้งการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ด้วย

           ขอขอบคุณข้อมูลจาก คู่หูเดินทาง

15/11/53

เทคนิคการทำไฮไลน์

                     
ขั้นตอนการทำไฮไลน์แบบง่ายเพื่อเพิ่มเสน่ห์
 สำหรับ ผู้ที่ชื่นชอบการทำสีผมตามแนวของแฟชั่น หรือแอบเพิ่มเสน่ห์ให้กับทรงผมด้วยการทำไฮไลท์ช่อบางๆ แบบคลาสิคต้องพิจารณาดังต่อไปนี้ ประการแรกความกลมกลืนกับสีผมที่เป็นสีพื้นหลัก  ประการที่สองตำแหน่งของการวางไฮไลท์ รวมถึงการออกแบบสีผมให้เข้ากับบุคลิก
 ส่วนวิธีการทำสีผมและไฮไลท์สีพิเศษที่ทางเทคนิคเชี่ยนจะแนะนำในทรงนี้ คือ ไฮไลท์สีพิเศษบอนด์ประกายเขียว โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
    
ขั้นตอนที่ 1 แบ่ง ไฮไลท์เป็นช่อโดยใช้หางหวี วางบนกระดาษฟอร์ยสีเหลือง ซึ่งเราใช้กระดาษสีเหลืองเพื่อสร้างแนวการวางไฮไลท์ในเกิดลักษณะซิกแซก (ไฮไลท์ซิกแซก) ผลที่ได้คือไฮไลท์ที่กระจายจะทำให้ดูทรงผมนุ่มนวลขึ้น
 จาก นั้นจะวางตำแหน่งไฮไลท์กลีบธรรมดาโดยใช้ฟอร์ยสีเขียว เป็นสัญญาลักษณ์การวาง โดยให้ค่าไฮโดรเจนอยู่ที่ 9 %  ผลที่ได้คือ ผมจะดูมีจำนวนหนาขึ้นจากการทำไฮไลท์ผมวิธีนี้
   
ขั้นตอนที่ 2
 ทำสลับกันไปเรื่อยๆ กระดาษสีเหลืองวางผมซิกแซก กระดาษสีเขียววางกลีบสลับกันจนทั่วทั้งศีรษะ
 -กระดาษฟอร์ยสีเหลืองแทนการทำไฮไลท์แบบซิกแซก โดยใช้หางหวีเขี่ยเส้นผมออกมาเป็นเส้นเว้นเส้น
 -กระดาษฟอร์ยสีเขียว ทำไฮไลท์ที่เป็นช่อๆ
ขั้นตอนที่ 3
 หลังจากได้ไฮไลท์ตามความต้องการแล้ว
    
ขั้นตอนที่ 4
 แบ่ง ผมออกเป็น 4 ส่วนอีกเช่นกันเพื่อลงสีเคลือบผม ซึ่งจะเป็นสีที่สามารถเพิ่มประกายสดใสให้กับเส้นผม โดยจะเลือกใช้สี M 25 ในปริมาณ 1 หลอดผสมกับ M 24 บีมออกมาประมาณ 1 นิ้วผสมเข้ากับไฮโดรเจน 9% และน้ำ 1 ขวดไฮโดรเจน คนทุกอย่างให้เข้ากัน ลงในขณะที่ผมหมาดๆได้เลย
ขั้นตอนที่ 5
 ขั้นตอนนี้จะลงสีตั้งแต่โคนผมถึงปลายผมได้เลย โดยลงเป็นช่อหนา
ขั้นตอนที่ 6
แล้วใช้หวีซี่ใหญ่หวีให้ทั่วทั้งศีรษะ
ขั้นตอนที่ 7
คลุมด้วยพลาสติกจนทั่วทั้งศีรษะทิ้งไว้ 30 นาที
ขั้นตอนที่ 8
 ล้างออก ให้สะอาดจากนั้นนำโลแลน แฮร์ ลิฟออก เซรั่ม ใส่ก่อนไดร์เพื่อรักษาสีผม ถนอมเส้นผมให้สีสดใสและอยู่ทนนาน พร้อมทั้งบำรุงสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย
    เครดิต  http://www.handbtoday.com

14/11/53

การเลือกทำสีผมให้เหมาะกับสีผิว

                                                                                                                             
   สีผิวที่แตกต่าง ย่อมเหมาะสมกับเฉดสีผมที่ต่างกัน ดังนั้นการเลือกสีผมที่เหมาะกับสีผิวของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือก ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ปัจจุบันมีเฉดสีผมมากมาย ที่คุณเห็นว่าสวย แต่อาจจะไม่เข้ากับสีผิวของคุณ การเลือกสีผมที่เหมาะสมจะทำคุณดูสวยสดใส ขับสีผิวของใบหน้าให้ดูสว่างและเปล่งปลั่งขึ้น

ขั้นแรกมาดูสิว่าโทนสีผิวของคุณเป็นแบบใด
      ผิวขาวอมเหลือง

      ผิวขาวอมชมพู

      ผิวคล้ำ

          ผิวขาวอมเหลือง สำหรับคนที่มีผิวโทนสีนี้สามารถใช้สีผมได้แทบทุกเฉดสี ขอแนะนำเฉดสีแฟชั่น เช่น เบอร์ 46 สีน้ำตาลเข้มประกายแดง เบอร์ 45 สีน้ำตาลประกายมะฮอกกานี สีใหม่ล่าสุด ไม่มีตกเทรนด์ เบอร์ 42 สีน้ำตาลประกายม่วง เฉดสีที่คนส่วนใหญ่นิยม เพราะเป็นประกายม่วงที่ดูทันสมัย แต่ควรหลีกเลี่ยงเฉดสีทอง เพราะอาจทำให้คุณดูซีดเซียวได้

          ผิวขาวอมชมพู ขอแนะนำเฉดสีแฟชั่น เช่น เบอร์ 65 สีน้ำตาลอ่อนประกายมะฮอกกานีเหลือบทองแดง สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มสีสันให้กับตัวเอง หรือเฉดสีใหม่ล่าสุด เบอร์ 45 สีน้ำตาลประกายมะฮอกกานี ที่ทำให้คุณแลดูสวยสดใส แต่ควรหลีกเลี่ยงโทนสีแดง เพราะอาจทำให้ใบหน้าคุณดูแดงจนเกินไป

          ผิวคล้ำ สำหรับสาวผิวคล้ำควรเลือกโทนสีสดใส และควรหลีกเลี่ยงโทนสีเข้ม เช่น ประกายม่วง หรือแดงเข้ม เพราะอาจทำให้ผิวดูดล้ำขึ้น ขอแนะนำเฉดสี เบอร์ 64 สีน้ำตาลอ่อนประกายทองแดงเหลือบแดง หรือเบอร์ 76 สีบลอนด์เข้มประกายแดงเหลือบทองแดง ที่ช่วยขับผิวให้ดูสดใสขึ้น


เคล็ดลับฉลาดรู้เกี่ยวกับสีผม
      คุณ สามารถทำสีผมได้ด้วยตัวเอง ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยคุณเปลี่ยนสีผมเองได้ง่ายๆ สะดวกสบายด้วยอุปกรณ์ที่มีให้มาอย่างครบถ้วนเพียงทำตามคำอธิบายแต่ละขั้น ตอนอย่างถูกต้องเท่านั้นเอง

      สำหรับ สีผมของคนไทยที่มีพื้นสีผมธรรมชาติเป็นสีดำ เมื่อคุณเลือกเฉดสีที่ต้องการจากสีของภาพหน้ากล่องแล้ว เวลาทำสีผมจริงจะได้สีผมที่เข้มกว่าสีในภาพเล็กน้อย

      หาก ต้องการปกปิดผมขาว ควรเลือกเฉดสีเข้มธรรมชาติ เช่น สีดำ สีน้ำตาล หรือสีที่ใกล้เคียงกับสีผมธรรมชาติของคุณ และถ้าต้องการปิดผมขาว แต่ต้องการให้เป็นเฉดสีแฟชั่น ควรเลือกเบอร์ 42 สีน้ำตาลประกายม่วง หรือเบอร์ 46 สีน้ำตาลเข้มประกายแดง

        เครดิต http://women.kapook.com

13/11/53

เคล็ดลับ 5 ขั้นตอนทำสีผมสวย

                                                    

ถ้าคุณเป็นสาวมือใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนสีผมด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หรือ ถึงแม้คุณจะเคยเปลี่ยนสีผมด้วยตัวเองมาก่อนแล้วแต่ยังทำได้ไม่ดีหรือมีปัญหา ที่ไม่คาดคิดตามมาด้วยเสมอ เคล็ดลับพวกนี้สามารถช่วยคุณเปลี่ยนสีผมด้วย ตัวเอง ให้ออกมาได้อย่างสวยงามราวกับมืออาชีพ

1. เริ่มจากการทาส่วนผสมลงในบริเวณโคนผม แล้วหวีลงไปจนถึงปลายผม โดยทำไปทีละส่วนๆ ดีกว่าจะชโลมทาลงไปโครมเดียว
2. ถ้าคุณเพิ่งเปลี่ยนสีผมมาเมื่อประมาณสามเดือนที่แล้ว คุณก็อาจแค่ทาส่วนผสมลงที่โคนผมในบริเวณที่งอกขึ้นมาใหม่เท่านั้น
3. รอเวลาให้ครบกำหนดตามที่ระบุข้างกล่อง อย่าล้างออกก่อนเวลา หรือปล่อยทิ้งไว้นานกว่านั้น เพราะอาจจะทำให้สีผมเปลี่ยนแปลงไปได้
4. เมื่อถึงเวลาล้างออก ก็ใช้เวลาล้างออกให้หมดจดอย่างเต็มที่ หรือจนกว่าน้ำที่ล้างออกนั้นดูใสนั่นแหละ
5. ทาคอนดิชันเนอร์พิเศษสำหรับผมทำสี (ซึ่งมักจะมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม) จากนั้นก็ไดร์ผมด้วยลมเย็น เพื่อให้เส้นผมดูเป็นประกายเงางาม

11/11/53

เคล็ดลับการดูแลเส้นผม

                                                            
สาวๆสมัยนี้รักสวยรักงามกันมาก  การดูแลเส้นผมให้นุ่มสลวยเป็นสิ่งสำคัญ เราสามารถทำได้ง่ายๆ
ด้วยตัวเอง  ดังนี้


เมื่อปลายผมแห้ง หักง่าย

เมื่อคุณไว้ผมยาวนาน ๆ ปัญหาหนึ่งที่พบกันบ่อย คือปลายผมจะเริ่มแห้ง ขาดน้ำหนัก และหักง่าย ถ้าเจอปัญหานี้ ให้ใช้วิธี
เล็มปลายผมทิ้ง ทุก 4-6 สัปดาห์ นอกจากนี้ลองสำรวจดูว่าปลอกหมอนที่คุณใช้ มีเนื้อผ้าหยาบ ๆหรือเปล่าเพราะอาจเป็นสาเหต ุหนึ่งที่ทำให้ผมหักได้ง่าย ลองเปลี่ยนมาใช้ปลอกหมอนที่ทำด้วยเนื้อผ้าลื่น จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ

ผมขาดน้ำหนักดูเบาฟู

มักมีสาเหตุมาจาก การใช้ผลิตภัณท์แต่งผม เช่น เจล มูส หรือสเปรย์ประเภทที่มีแอลกฮอล์ผสมอยู่ นอกจากนี้รังสียูวีใน
แสงแดด ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายโปรตีนในเส้นผม ทำให้เส้นผมดูหยาบ รวมถึงควันบุหรี่ ที่จับเกาะบนเส้นผม ก็อาจทำ
ให้เส้นผมขาดความมันเงาได้ วิธีแก้ ก็คือ หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด ๆ เลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารป้องกันยูวี
และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่อบอวลด้วยควันบุหรี่

เส้นผมขาด

มักเกิดจากการมัดรวบจนแน่นตึง การใช้หนังสติ๊กมารัดผม รวมทั้งการหวีผมแรง ๆ อาจทำให้เส้นผมขาดได้ง่าย
วิธีแก้ ให้รวบผมหลวมๆ หรือปล่อยผมสยายออก และไม่ควรใช้หนังสติ๊กซึ่งใช้มัดของ มารวบผม ควรใช้ยางรัดที่ออกแบบมาเพื่อรัดผมโดยเฉพาะจะดีกว่า

ผมแตกปลาย

ปัญหาผมแตกปลาย มีวิธีแก้ทางเดียวคือเล็มปลายผมทิ้ง

ผมลีบแบน

คนที่เส้นผมเล็ก เมื่อไว้ผมยาว อาจทำให้ดูลีบแบนได้ วิธีทำให้ดูผมพองตัว หลังจากสระผมแล้ว ให้ใช้สเปรย์ที่ช่วยเพิ่ม ความหนาให้กับเส้นผม แล้วเป่าให้แห้ง โดยก้มศีรษะลง ใช้แปรงกลมขนาดใหญ่ แปรงผม เพื่อให้ผมดูพองตัว จากนั้น แบ่งผมเป็นช่อ ๆ พันเส้นผมด้วยโรลม้วนผมขนาดใหญ่ ปล่อยทิ้งไว้สัก 10 นาที จะทำให้เส้นผมดูพองสวยขึ้นค่ะ

เคล็ดลับในการปราปผมชี้ตั้ง

ให้ใช้โลชั่นหรือครีมแต่งผม ทาที่ฝ่ามือเล็กน้อยแล้วสางผมเส้นผมให้ทั่ว และลองเปลี่ยนมาใช้ แปรงผมที่ขนแปรงทำจากธรรมชาติแทนพลาสติคนอกจากนี้ควรเลี่ยงการไดร์ผมบ่อย ซึ่งมักจะทำให้เส้นผมแห้ง เกิดไฟฟ้าสถิตย์ได้ง่าย

ผมตรงจะสวยได้นั้น เส้นผมต้องได้รับการดูแลอย่างดีเสียก่อน เพราะผมตรงจะสังเกตเห็นข้อบกพร่องของเส้นผมได้ค่อนข้างชัด ส่วนขั้นตอนการเซ็ตผมก็สำคัญไม่น้อย มาดูวิธีการเซ็ตอย่างมืออาชีพกันดีกว่าค่ะ

1. หลังสระผมแล้ว เช็ดผมให้แห้ง แล้วใช้มูส หรือThickening Cream ลูบให้ทั่ว เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับเส้นผม

2. สางผม ...ใช้หวีซี่ห่าง ๆ สางผมให้ทั่ว จะช่วยครีมที่ช่วยเพิ่มความพองตัวให้ทั่ว ตั้งแต่รากจรดปลายผม

3. แบ่งผม ...แบ่งผมออกเป็น 5 ส่วน เท่าๆกัน รวบผมขึ้นมาติดกิ๊บไว้แล้วไดร์ฟทีละส่วน

4. แปรงแล้วเป่า ...แกะช่อผมออกมา แล้วสอดแปรงกลมขนาดใหญ่ลงใต้ผมส่วนนั้น ค่อย ๆลากแปรงจากลงมาตรง ๆ จากโคนถึงปลายอย่างใจเย็น โดยใช้ความร้อน และลมปานกลาง ถ้าลมแรงหรือร้อนเกินไป จะทำให้ผมแห้งฟู ไม่เรียบตรงอย่าง ที่ต้องการ จากนั้นจึงวางแปรงที่ด้านบน แล้วแปรงลงมา ในขณะที่เป่าให้แห้งจะช่วยเพิ่มความนุ่มสลวยให้กับเส้นผม ทำแบบเดียวกันกับเส้นผมช่ออื่น ๆ จนครบ

5. แต่งทรงให้เรียบสลวย ...ถ้าคุณเป็นคนผมหนา ให้บีบเจลหรือครีมแต่งผม ใส่ที่ฝ่ามือ แล้วลูบเบา ๆที่เส้นผม จะช่วย

กำราบผมตั้งชี้ได้ ส่วนคนผมเส้นเล็ก เซรุ่มแบบไม่มีน้ำมัน สามารถใช้ได้ดีแต่แวกซ์ หรือครีมใส่ผมที่มีความมันมาก ๆจะทำให้เส้นผมลีบเยิ้ม และหมดสวยได้

ด้วยขั้นตอนและเคล็ดลับง่าย ๆนี้ ก็ช่วยให้คุณมีผมสวยพลิ้วได้ทันใจ และด้วยตัวคุณเองค่ะ
เคล็ดลับที่ไม่ลับสำหรับสาวๆ ที่รักผม จะสั้นหรือยาวก็ใช้ได้ค่ะไม่สงวนลิขสิทธิ์

ผมสลวยสวยเก๋๋

ส่วนผสม
กล้วยหอมสุก ( แบบงอมๆๆ ) หรือกล้วยหอมที่ใกล้เสียจะยิ่งดีมาก (เพราะว่าจะมีน้ำมันของกล้วยหอมออกมามาก)
วิธีทำ
1. นำเนื้อกล้วยมาขยำให้เละ
2. แล้วนำมาพอกกับผม ทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับเส้นผมมากน้อย
3. ทั้งไว้ 15-20 นาที แล้วสระตามปกติ
**ผมจะเงาสลวยสวยเก๋เท่ห์ และถูก***

ผมสลวยมีน้ำหนัก

ส่วนผสม
• วุ้นในว่านหางจระเข้ / กะทิ
• ไข่แดง
• น้ำมันมะกอก
วิธีทำ
1. นำวุ้นในหางจระเข้ / กะทิมาผสมกับไข่แดง น้ำมันมะกอก ปั่นให้เข้ากัน
2. แล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออก
ทำเพียงอาทิตย์ ละ 1-2 ครั้ง เส้นผมที่แห้งแตกปลายไร้น้ำหนัก ก็จะกลับมานุ่มนวลดังเดิม

ผมสวยด้วยเบียร์
ส่วนผสม
• เบียร์ 1 กระป๋องหรือมากกว่านั้น (แล้วแต่ความยาวของผม)
• ไข่

10/11/53

ผม...ก็หิวเป็นนะครับ

                                                      
รูขุมขนเป็นแหล่งรวมอาหารที่ดีที่สุดของเส้นผมมีทั้งโปรตีน เคราติน ไขมัน เม็ดสีเมลานิน และอีกหลายๆอย่าง มากมาย อุดมสมบูรณ์
โอโห้..ช่างมีความสุขจริงๆ

 แต่เมื่อไรก็ตามที่เส้นผมโผล่พ้นรูขุมขน เส้นผมก็จะกลายเป็นสิ่งไม่มีชีวิตทันที
เพราะเจ้ารูขุมขนจะไม่ส่งอาหารให้เส้นผมอีกต่อไป 

 โธ่..น่า สงสาร  แล้วเส้นผมจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปยังไงละ ก็อาหารเดิมที่เคยได้รับจากรูขุมขนให้มาจำนวนจำกัด แต่เมื่อผมยาวขึ้นเรื่อยๆ อาหารก็จะลดลงโดยธรรมชาติ
และยิ่งทำเคมีด้วยแล้วอาหารผมก็ยิ่งโดนละลายหายไปเร็วยิ่งขึ้น ทำยังไงกันดีละ ก็ผมชักจะเริ่มหิวแล้วละ...จะร้องบอกก็ไม่ได้ น่าสงสารจังเลย
จากนั้นเส้นผมบางส่วนก็จะเริ่มแห้ง และบางส่วนก็จบชีวิตด้วยการแตกปลาย

 อยากรู้จัง คุณรักผมไหมจ๊ะ?.....ถ้าคำตอบคือรัก  คงได้เวลาของคนรักผมมาเริ่มสัมภาษณ์เส้นผมตัวเองแล้วละ
เจ้านาย  ผมจ๊า...อยากกินอะไรบอกมา เจ้านายจะหาให้ด่วน
ผม  ผมก็คงไม่มีอะไรมากหรอกจ๊ะ ที่อยากได้ก็โปรตีน เคราติน ส่วนตัวบำรุงอื่นๆ
  คงแล้วแต่เจ้านายจะกรุณา
เจ้านาย  คงต้องรบกวนขอเวลาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนะ ว่าไอ้เธออยากได้นะ
  ฉันจะหาได้ที่ไหนบ้าง
ผู้เชี่ยวชาญ หาไม่ยากเลยคะปกติในครีมนวด ส่วนใหญ่ก็มี แต่ไม่เข้มข้น ถ้าต้องการความพิเศษ    ให้กับผม ที่รักของคุณ คงต้องเป็นครีมหมักผม ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาให้หมักเร็วนุ่มนาน   ใช้แทนครีมนวดได้  หากเป็นอาหารผมชนิดไม่ต้องล้างออกก็จะเป็นพวกเซรั่มสเปรย์
เจ้านาย  แล้วจะเลือกยังไงดีละคะถึงจะถูกใจผมของเรา เพราะดูสิบ้างคนก็ดัด ทำสี ผมฟู     บางทีก็ผ่านการยืดมา

ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ ยากคะ เดี๋ยวนี้ครีมหมัก และอาหารผมเขาพัฒนาสูตรเพื่อสภาพเส้นผมที่แตกต่าง   ลองดูที่คุณภาพ และราคาไม่สูงนักก็น่าจะเป็นที่ถูกใจทั้งเส้นผม และเจ้านาย ก็ลองดู    Lolane Hair Repair ดูสิคะ เขามีตั้งหลายสูตรแล้วแต่ละสูตรก็มีอาหารที่เหมาะกับ
  แต่ละสภาพผมด้วยนะ

Hair Repair
สูตรผมแห้งเสีย - ครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งและโปรตีนข้าวสาลี จะช่วยซ่อมแซมและบำรุงผมแห้งเสียจากความร้อน มลภาวะ แสงแดด และการไดร์บ่อย ๆ ทำให้ผมชุ่มชื่น เงางาม ไม่แตกปลาย มีชีวิตชีวาขึ้น

Hair Repair
สูตรผมทำสี - ครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของเมล็ดองุ่นและน้ำมันอัลมอนด์ จะช่วยซ่อมแซมและบำรุงผมแห้งเสียจากการย้อมสี และยังช่วยแอนตี้ออกซีแดนซ์ จากสารเคมีและมลภาวะ ทำให้สีผมสดสวย ติดทนนานยิ่งขึ้น และยังทำให้ผมนุ่ม เรียบลื่น เงางาม มีน้ำหนักด้วย

Hair Repair
สูตรผมผ่านการยืด - ครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากต้นไผ่ จะช่วยซ่อมแซมและบำรุงผมแห้งเสียจากการยืด ปกป้องเส้นผมจากการสูญเสียน้ำของเกล็ดผม ทำให้ผมแข็งแรง นุ่ม เรียบตรง ไม่พองฟู

Hair Repair
สูตรผมดัด - ครีมหมักผมที่มีส่วนผสมของข้าวญี่ปุ่น จะช่วยซ่อมแซมและบำรุงผมแห้งเสียจากการดัด พร้อมสร้างเนื้อผมให้แลดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ผมนุ่ม ชุ่มชื่น ลอนสปริงตัวดี ไม่คลายตัวเร็ว

ขอให้มีความสุขทั้งเส้นผม และเจ้านายนะจ๊ะ
 เครดิต http://www.handbtoday.com

9/11/53

วิตามินบำรุงผมสำหรับคนยืดผมบ่อย

ยืดผม บ่อยๆ มีวิตามินแนะนำไหม


ยืดผม ผม


       เป็นคนยืดผมบ่อย จนผมแห้งและฉีกขาด อยากหาวิตามินทานเพื่อบำรุงรักษาผมให้ดีขึ้น มีแนะนำไหมคะ?


       “ เมื่อก่อนตอนเรียนหมอก็ยืดผมบ่อยค่ะ ทำสีอีกต่างหาก ดูสวยดีตอนแรกค่ะ แต่ต่อมาเกิดผมแห้งแบบไม่น่าให้อภัย เท่านั้นยังไม่พอ หงิก ๆ งอ ๆเป็นหย่อม ๆ ดูน่าเกลียดทีเดียว ทำอย่างไรก็ไม่ดีขึ้นทั้งที่ป้องกันอย่างดี มีวินัยกับการบำรุงผมมาก เลยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยืด ไม่ทำสีอีกแล้ว โตขึ้นมา ศึกษาเยอะขึ้นรู้เยอะขชึ้นเกี่ยวกับธรรมชาติของผม ก็รู้ซึ้งว่าเราไม่ควรไปทำร้ายเค้าเลยค่ะ นอกจากนี้เริ่มมีงานวิจัยมาเรื่อย ๆ ว่า การทำสีผมเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด

       ผลจากการเลิกทำสี เลิกยืด เลยกลับมาได้ผมดำ เงางาม เหมือนเดิม จนคนทักว่าไปย้อมสีดำมาหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้ คนหัวแดงมากกว่าหัวดำ(ทำสีผมมากกว่าไม่ทำสี )


       ส่วนวิตามินช่วยได้ค่ะถ้าหยุดยืดด้วยคือ Biotin , Betacarotene,Pantotenic acid ค่ะ"


ที่มาจาก Sabai-Arom.com

8/11/53

เทคนิคการย้อมสีผม



            แนะนำเทคนิคการย้อมสีผมด้วยตัวเอง                                      
หลักการ ย้อมผม ต้องศึกษาดังนี้ 1.ในการสังเกต สีผม นั้น ผม จะต้องแห้งและสะอาดถ้าผมสกปรกจะทำให้ได้สีค่อนข้างแก่ 2.ใช้ระดับที่แสดงสีต่างๆ ระดับสีตั้งแต่แก่ไปจนถึงอ่อน อ่านดูชื่อและหมายเลขที่กำหนดไว้ 3.เปรียบเทียบผมของผู้รับบริการกับระดับของสีที่ใกล้เคียงที่สุด 4.พิจารณาว่า จะเลือกสีระดับใด จึงจะเหมาะกับผม อาจมากกว่าหนึ่งระดับ 5.ในการเปรียบเทียบสีของผมกับสีในระดับสีนั้น ให้เปรียบกับผมตรงที่ใกล้หนังศีรษะ (ด้านหลัง) เพราะบริเวณนี้ผมจะสีเข้มที่สุด 6.เวลาจะพิจารณาสีของผม ให้ใช้มือจับผมดึงขึ้นมา หรือใช้มือแหวกผมดู 7.ช่างเสริมสวย จำเป็นต้องรู้และเข้าใจข้อความชี้แจงของผู้ผลิตน้ำยาย้อมผมของแต่ละรายให้ ละเอียดคำแนะนำในการย้อมผม 1.ควรทำการทดลองย้อมผมล่วงหน้าก่อนการย้อมผม 24 ชั่วโมง 2.ถ้าหนังศีรษะเป็นแผล หรือถลอกไม่ควรย้อมผม 3.แปรง หวี ผ้าคลุม ขวดใส่น้ำยาย้อมและเครื่องใช้อื่นๆ ในการย้อมผมจะต้องสะอาด 4.ก่อนย้อมผม ไม่ควรแปรงผม 5.ก่อนใช้น้ำยาย้อมผม ควรอ่านคำชี้แจงที่ติดมากับกล่องให้เข้าใจ 6.ทดลองย้อมผมดูสักปอยหนึ่ง เพื่อดูสีดูความเปราะของเส้นผม 7.การเลือกสีย้อม ควรเลือกให้เข้ากับสีผิว 8.ถ้วยหรือภาชนะที่ใส่น้ำยา ควรเป็นพลาสติกหรือแก้ว 9.น้ำยาที่เหลือจากการย้อมผม (ที่แบ่งมาใส่ขวดหรือถ้วยแก้วแล้ว) ควรทิ้งไป การผสมน้ำยาก็ไม่ควรทำไว้ก่อนนานๆ 10.ควรแนะนำผู้รับบริการแก้ไขผมที่เสียให้ดีเสียก่อน 11.ถ้าการทดลองย้อม ที่ทำมีปฏิกิริยาเป็นผื่น ไม่ควรย้อมผมให้ผู้รับบริการ 12.ถ้าจะล้างน้ำยาย้อมผม อย่าใส่แชมพูชนิดแรงๆ หรือชนิดที่เป็นด่าง 13.อย่าใช้น้ำร้อนๆ เพื่อจะล้างสีย้อมผม 14.เพื่อกันการเปรอะเปื้อน ขณะย้อมให้ใช้ผ้าคลุมทับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย 15.ระวังอย่าให้ยาย้อมผมเข้าตา 16.เวลาย้อมผมต้องใส่ถุงมือเสมอ
หลักการเปลี่ยนสีผมหรือการย้อมผม การเปลี่ยนสีผม หรือการย้อมผม เป็นการเติมสีทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในเซลล์สีของเส้นผมทำให้สีของเส้นผมเข้ม หรือจางตามต้องการ มีวิธีการเปลี่ยนสีผม 3 วิธี
1.วิธีการเปลี่ยนสีผมแบบย้อมผม เป็นการเปลี่ยนสีผมโดยใช้ยาย้อมผมชนิดน้ำ ผสมกับไฮโดรเยน ทำให้ผมหงอกขาวเป็นผมสีดำตามต้องการ มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
1.1การผสมน้ำยาย้อมผม น้ำยาย้อมผมจะเป็นน้ำเหลวๆ ผสมกับไฮโดรเยน ลงในถ้วยพลาสติกหรือถ้วยแก้ว ใช้แปรงคนให้เข้ากัน
1.2 ทำความสะอาดผมให้สะอาดด้วยแชมพู ซึ่งเวลาสระผมห้ามเกาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ศีรษะแสบในเวลาย้อมผม
1.3การแบ่งผม โดยเป่าผมให้แห้ง และแบ่งผมออกเป็น 4 ส่วน ส่วนกลางหน้าผากไปท้ายทอย และจากหูข้างหนึ่งไปที่หูอีกข้างหนึ่ง
1.4 การทาน้ำมันแข็ง ให้ทารอบบริเวณหน้าผาก ใบหูและคอ เพื่อป้องกันน้ำยาย้อมผมเปื้อนและเช็ดคำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
1.5 การใช้ผ้าคลุม ให้ใช้ผ้าคลุมและพลาสติกคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ป้องกันน้ำยาย้อมหยดลงเปื้อนเสื้อผ้า
1.6 การย้อมผม ถ้าผมหงอกให้ย้อมผมจากด้านหน้า ด้านข้างกลางศีรษะและด้านหลังผมหงอกขาวใช้แปรงแตะน้ำยาย้อมทาจากโคนผมทามา ปลายผม ให้สีกลมกลืนกัน
1.7 การอบผม ให้หวีผมที่ย้อมทั้งหมดรวบขึ้นและหนีบด้วยปากเป็ด นำเข้าอบให้ผมแห้งประมาณ 30 นาที (หรือตามเวลาที่ระบุไว้ข้างกล่องสีแต่ละชนิด)
1.8 การสระผม เมื่อผมแห้งแล้วสระผมด้วยแชมพู ถ้าหากเปื้อนยาย้อมตามไรผมและผิวหนังใช้สำลีชุบยาดัดเช็ดออก เมื่อล้างสะอาดดีแล้วใส่ครีมนวดผม ล้างผมให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง
1.9 หลังการย้อมผมเรียบร้อยแล้วขั้นตอนการจัดแต่งทรง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เจล หรือครีมบำรุงจัดแต่งทรงผมใส่เล็กน้อย ก่อนเซ็ทผมตามรูปทรงที่ต้องการ

2.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบโกรกผม เป็นการเปลี่ยนสีผมที่ใช้น้ำยาชนิดครีมหรือชนิดน้ำ การย้อมง่ายและย้อมครั้งเดียวก็ใช้ได้ โดยไม่ต้องสระผมก่อนย้อม ให้ปรับสีตามธรรมชาติได้ตามต้องการ โดยมีวิธีการปฏิบัติดังนี้ 2.1 การใช้น้ำยาโกรกผม ให้ใช้สำหรับผมหงอกโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นครีมข้น บีบลงในถ้วยพลาสติก หรือถ้วยแก้วจนหมดหลอด
2.2 การผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6 % สำหรับผมหงอก ค่อยๆเทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ละน้อย จนหมดขวด ใช้แปรงคนครีมกับไฮไดรเจนเปอร์ออกไซด์คนเข้ากัน เพื่อไม่ให้สีเป็นก้อนหรือเป็นเม็ด และไม่เกิดฟอง
2.3 ก่อนจะย้อมผม ให้ตรวจดูสภาพของเส้นผมก่อนว่าเคยย้อมผมดำมาก่อน และผมมันมาก ถ้าหากไม่เคยย้อมผมดำและผมไม่มัน ไม่จำเป็นต้องสระผมก่อน ยกเว้นกรณีที่เส้นผมมันมากก็สระผมก่อน ห้ามเกาเด็ดขาด
2.4 การแบ่งผม ให้แบ่งผมออกเป็น4 ส่วนแบ่งเช่นเดียวกับการย้อมผม
2.5 การย้อมผม จะต้องสวมถุงมือ เพื่อความสะดวกในการย้อมและได้สีที่สม่ำเสมอทาครีมที่ผสมไว้แล้วทาลงที่รอยแบ่งที่ 4 ก่อน
2.6 การทาผมด้านหน้า โยแบ่งจากด้านหน้าตรงกลางศีรษะหวีให้เรียบก่อนค่อยๆ ทาผมทีละช่อจนเสร็จ ห้ามหวีเด็ดขาด ทาจนหมดผมด้านหน้า
2.7 การทาผมด้านหลัง ให้ทาทีละช่อ เช่นเดียวกับด้านหน้า เริ่มจากช่วงกลางศีรษะด้านหลัง ก่อนทายาโกรก อย่าลืมหวีผมให้เรียบทาจากโคนผมถึงปลายผม แล้วห้ามหวี
2.8 เมื่อทาผมเสร็จทั่วศีรษะแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
2.9 การฉีดน้ำทั่วศีรษะ ให้ฉีดน้ำทั่วศีรษะพอหมาดๆ
2.10 การนวดผม โดยนวดด้วยมือที่ใส่ถุงมือ นวดให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้สักครู่
2.11 การสระผม ให้สระผมโดยใช้แชมพูอ่อนๆ และใส่ครีมนวดผม นวดผมแล้วล้างอกด้วยน้ำให้สะอาด
2.12 การใส่น้ำมันเหลว ให้ใส่เพียงเล็กน้อยเซ็ทผมตามรูปทรงที่ต้องการ
3.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบโลชั่นปรับสีผม เป็นการใช้โลชั่นปรับสภาพของสีเส้นผมหรือเคลือบเส้นผมที่แห้งหรือแตกปลาย ใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ และผสมสีได้ตามใจชอบ มีวิธีการปฏิบัติดังนี้
3.1 การสระผม โดยสระผมให้สะอาดห้ามเกา ซับน้ำที่เส้นผมด้วยผ้าขนหนูพอหมาดๆ
3.2 การสางผม ให้สางผมและแบ่งผมเป็นช่อๆ คลุมต้นคอด้วยผ้าคลุมกันเปื้อน
3.3 การใช้โลชั่นปรับสีผม นำโลชั่นปรับสีผมออกจากกล่อง และเขย่าขวด หยอดลงบนเส้นผมทีละช่อ เพื่อให้สีผมสม่ำเสมอกัน ทำเช่นนี้จนทั่วทั้งศีรษะแล้วนวดผม
3.4 การคลุมผม ให้คลุมผมด้วยหมวกพลาสติกทิ้งไว้ 30 นาที ถ้าผมหงอกทิ้งไว้ 45 นาทีล้างโลชั่นปรับสีผมออกใส่แชมพูอ่อนๆ นวดด้วยครีมนวดและล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลักการเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผม เป็นการฟอกเม็ดสีของเส้นผมเดิมให้จางลงตามความต้องการ มีการเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผม 3 วิธี เช่นกัน
1.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผมบางส่วน เป็นเทคนิคการเล่นสีผม เพื่อให้ทรงผมเด่นชัดขึ้น มีวิธีการทำดังนี้ -บีบครีมฟอกสีผมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% ผสมจนเป็นครีมคล้ายแป้งเปียกลงในถ้วยพลาสติกให้เข้ากัน -การจัดรูปทรงผม โดยการหวีผมให้เข้ารูปทรง ในกรณีที่เส้นผมมันมาก ให้สระผมโดยไม่เกา 1-2 ครั้ง
-การสวมหมวกพลาสติก โดยสวมหมวกชนิดมีรู ให้ตะเข็บของหมวกตรงกับรอยแสกของผม -การใช้เข็มควักดึงเส้นผม ให้ดึงผมขึ้นมาตามรูของหมวก ด้านหน้าเป็นจุดเริ่มต้น
-การดึงเส้นผม ให้ดึงเส้นผมเป็นแนวตามรอยตะเข็บ
-การใช้แปรงย้อมผม ใช้แปรงตักครีมฟอกที่ผสมไว้ลูบที่เส้นผมที่ดึงออกมาให้ทั่ว
-การใช้กระดาษตะกั่วคลุมผม เพื่อไม่ให้มีอากาศเข้าได้
-การดูสีผม ให้ดูหลังจากสีผมจางลงเท่าที่ต้องการแล้วล้างออกให้สะอาด ก่อนเอาหมวกพลาสติกออก เช็คผมพอหมาดๆ และไดร์ผมตามรูปทรง
2.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบกัดสีผมทั้งศีรษะ เป็นการกัดฟอกเม็ดสีของเส้นผมเดิมให้เป็นสีขาวทั้งศีรษะ มีวิธีการทำดังนี้
-การสระผมก่อนฟอกสีผม ควรสระผมให้สะอาด ห้ามเกาศีรษะโดยเด็ดขาด
-การผสมครีมฟอกสีผม โดยบีบครีมฟอกสีผมลงในถ้วยพลาสติกให้หมดหลอด และเทไฮไดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% ผสมให้หมดขวด ผสมจนเป็นครีมคล้ายแป้งเปียก
-การแบ่งผม ให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนแบ่งผมเช่นเดียวกับการย้อมผม
-การคลุมไหล่ด้วยผ้าขนหนูและคลุมทับด้วยผ้ากันเปื้อน เพื่อป้องกันน้ำยาเปื้อนเสื้อผ้า -การฟอกสีผม โดยฟอกจากท้ายทอยให้ห่างจากโคนผมประมาณ ½ นิ้ว
-การฟอกสีผมด้านหน้า ให้ฟอกสีผมเช่นเดียวกับท้ายทอย
-การฟอกสีโคนผม หลังจากฟอกสีผมจนทั่วทั้งศีรษะแล้ว ใช้แปรงฟอกย้ำโคนผมอีกครั้งหนึ่ง -การนวดผม ให้นวดผมทั่วทั้งศีรษะอีกครั้งหนึ่ง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที
-การดูสีผม ให้ดูสีผมอ่อนๆ ตามต้องการ -การสระผม เมื่อได้สีตามต้องการแล้ว สระผมด้วยแชมพูให้สะอาด นวดครีมนวดและเช็ดผมให้แห้ง
3.วิธีเปลี่ยนสีผมแบบกัดและย้อมสีผมใหม่ เป็นการกัดฟอกสีผมเดิมให้เป็นสีขาว และทำการย้อมสีผมใหม่ตามต้องการ มีวิธีการทำดังนี้
-ผมก่อนกัดฟอกสีผม สระผมให้สะอาดโดยไม่ต้องเกาหนังศีรษะ และเป่าไดร์ให้แห้ง
-การแบ่งผม ให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน เช่นเดียวกับการย้อมผม
-การผสมยาฟอกสีผม บีบยาฟอกสีลงในถ้วยพลาสติก และเทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9 % ผสมให้เข้ากันคล้ายแป้งเปียก
-การกัดฟอกสีผมด้านหลัง ให้กัดฟอกสีผมจากด้านหลังไปหาด้านหน้า เป็นขอบตามที่ต้องการ และห่างโคนผม ½ นิ้ว
-การกัดฟอกสีผมด้านหน้า ปล่อยผมด้านหน้าที่แบ่งไว้ลงมากัดฟอกให้หมด
-การทายาฟอกสีผม โดยทาให้ทั่วศีรษะทาถึงโคนผม และขอบผมตามที่ต้องการ
-การนวดผม โดยใช้มือขยี้ยาฟอกสีผมและนวดให้ทั่วศีรษะ
-การล้างผมให้สะอาด เมื่อทายาฟอกสีผมเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที นำไปสระผมด้วยแชมพูแล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด -ขอบผม ผมที่ฟอกแล้วจะเป็นสีทองและเป็นขอบทั้งศีรษะ
-การฟอกสีผมด้านหลัง เมื่อเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ผมท้ายทอยจะดำ
-การผสมสีย้อมผม หลังจากกัดผมเป็นสีทองแล้วก็ผสมสีย้อมผม บีบลงในถ้วยและเทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% ผสมจนคล้ายแป้งเปียก
-การแบ่งผม ให้แบ่งผมและย้อมทับลงไปบนผมที่กัดสีผมแล้วให้ทั่วศีรษะ -การกัดสีผม เมื่อกัดสีผมเสร็จแล้วทิ้งไว้ระยะเวลา 20-30 นาที นำไปสระผม นวดด้วยครีมนวดผมและล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด
-การไดร์ผม ให้ไดร์ผมตามรูปทรงที่ต้องการ ผมที่ออกมาจะมีสีแดงออกม่วง

สีของเส้นผม สีธรรมชาติของเส้นผมเกิดขึ้นเนื่องจาก เม็ดสี (เมลานิน) ซึ่งส่วนมากอยู่ในส่วนกลางของเส้นผม การวิเคราะห์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ถึงสีของเส้นผมจำนวนมากมายได้พบว่ามีเม็ดสีตามธรรมชาติต่างกันอยู่เพียง 4 ชนิดเท่านั้น นั้นคือ ดำ,น้ำตาล,เหลือง,แดง เม็ดสีทั้ง 4 ชนิด จะผสมกันแล้ว ปรากฏขึ้นเป็นสีของเส้นผมเสมอไป

-สีดำ ผมสีดำส่วนมากเป็นการผสมของเม็ดสีดำและน้ำตาล เส้นผมของชาวเอเชียถูกยกเป็นตัวอย่างหนึ่งของผมดำแท้ในกรณีเช่นนี้ สีดำเป็นเม็ดสีผมที่มีลักษณะเด่น
-สีน้ำตาล จากสีผมธรรมชาติ สีน้ำตาลส่วนใหญ่พบในเส้นผมของหญิงผิวคล้ำ ส่วนผสมของเม็ดสีน้ำตาลและดำทำให้ผมเป็นสีน้ำตาลเข้ม
-สีเหลือง ผมบลอนด์ธรรมชาติ ประกอบด้วยเม็ดสีเหลืองในส่วนผสมกับสีน้ำตาบและแดงในจำนวนต่างกัน สีเหลืองนี้เป็นลำดับสีที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดในการย้อมผม
-สีแดง เม็ดสีแดงมักพบบ่อยๆ พร้อมกับเม็ดสีดำ ซึ่งให้ลำดับสีน้ำตาลปนแดงที่น่าดูมากกลุ่มสี กลุ่มสีมีอยู่ 2 กลุ่ม แบ่งออกอย่างกว้างๆ เป็นสีร้อน และสีเย็น สีร้อน คือ เหลือง ส้ม แดง สีทอง สีทองปนแดง สีแดงเข้ม สีน้ำตาล **ครั้งแรกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนสีผม คือสีร้อนนั้น ให้เริ่มย้อมห่างจากศีรษะประมาณ 1.5 เซนติเมตร ไปตลอดปลายผมก่อนจะย้อมโคนผม ทั้งนี้เพราะสีร้อนจะทำปฏิกิริยาเร็ว สีเย็น คือ สีเขียว น้ำเงิน ม่วง สีเขียว สีม่วง สีมุก สีขี้เถ้า**ในทางตรงกันข้าม สีเย็นควรย้อมให้ชิดหนังศีรษะก่อนเสมอ แล้วจึงหวีให้ทั่วตลอดเส้นผม สีเย็นนั้นจะมีเม็ดสีใหญ่กว่า และต้องใช้ระยะเวลานานในการทำปฏิกิริยาต่อเส้นผมที่งอกใหม่ที่หนังศีรษะ
ศาสตร์สีสันสีขั้นที่ 1 เหลือง+แดง เหลือง+น้ำเงิน น้ำเงิน+แดง ส้ม เขียว ม่วงสีขั้นที่ 2 แดง+ส้ม น้ำเงิน+เขียว น้ำเงิน+ม่วง แดงส้ม เขียวแก่ ม่วงเข้มสีขั้นที่ 3 เหลือง+ส้ม เขียว+เหลือง ม่วง+แดง ส้มอ่อน เขียวอ่อน ม่วงแดงสีขั้นที่ 4 เหลือง+แดง+น้ำเงิน แดง+เหลือง+ขาว กลุ่มสีร้อน และกลุ่มสีเย็นTipstoday-เส้นผมบริเวณหนังศีรษะจะใช้เวลาน้อย กว่าส่วนอื่น เพราะบริเวณนี้ได้รับความร้อนจากร่างกาย ด้วยเหตุนี้ผมบริเวณใกล้เคียงหนังศีรษะจะทายาย้อมหรือยาโกรกผม หลังจากส่วนอื่นของเส้นผมได้รับสีไปแล้ว เพื่อจะได้รับสีเท่ากัน-ย้อมผมหงอก ย้อมบริเวณที่ขาวก่อนส่วนอื่น-ขณะป้ายยาแบ่งผมบางๆ แปรงป้ายยาโกรกสีผม ทั้งด้านหน้าและด้านในเส้นผมให้ทั่ว ไม่ควรทำไปหวีไป เพราะอาจทำให้ครีมติดที่หวีเป็นส่วนใหญ่หรือหวีอาจครูดกับหนังศีรษะเป็นแผล หรืออาจไปสะกิดกระทบกับเกล็ดผม ทำให้ผมฉีกขาด อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ย้อมสีไม่ติด สีไม่สม่ำเสมอหรือผมแห้ง
ประภทของยาย้อมผม ยาย้อมผมแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ 3 ประเภทคือ
1.ประเภทใส่สีชั่วคราว สีประเภทนี้นับเป็นการใส่เคลือบผมอย่างอ่อนที่สุด เรียกว่า คัลเล่อร์รินส์ ใช้สำหรับเคลือบสีเส้นผมชั้นนอกให้ดูสดใสหายซีดและเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เช่นคนที่ตากแดดจนผมสีไม่เท่ากัน ก็ไม่ถึงกับต้องย้อมผมแค่ใส่คัลเลอร์รินส์ก็พอจะเคลือบผมอยู่ได้จากการสระหน หนึ่งไปถึงหนึ่ง และไม่สามารถปกปิดผมหงอกได้ แต่ช่วยให้ผมที่หงอกไม่มากมีสีกลมกลืนกับสีผมธรรมชาติได้ คัลเลอร์รินส์ นี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมีให้เลือกหลายสีทั้งสีอ่อนและสีแก่แต่ไม่นิยมใช้ใน ประเทศไทยที่เราใช้กันอยู่ก็แค่สีสเปรย์ ซึ่งจัดอยู่ในจำพวกสีชั่วคราวเหมือนกัน
2.ประเภทสีกึ่งถาวร สีประเภทนี้นิยมเรียกกันว่าสีโกรกผม ซึ่งจะได้ไม่ปนกับยาโกรกอื่นๆ เช่น ยาโกรกหลังดัดผม สีโกรกผมนี้จะแทรกซึมพันปลอกผมชั้นนอกเข้าไปในเส้นผม ทำให้ผมมีสีเข้มขึ้น แต่ปิดหงอกได้ไม่หมดถ้าผมหงอกไม่เกิน 30 % สีโกรกผมนี้จะยังช่วยปกปิดความหงอกได้ดีอยู่ทั้งนี้สีประเภทนี้จะอยู่ทนไม่ เกินการสระ 6 ครั้ง เพราะทุกครั้งที่สระผมสีโกรกผมก็จะหลุดลอกออกไปทีละน้อย ผลดีของสีโกรกผม ก็คือจะไม่ระคายเคืองศีรษะ พอผมหงอกขึ้นมาใหม่จะไม่มีเส้นตัดสีระหว่างผมขึ้นใหม่กับผมที่โกรกสีไว้ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติดีมากแม้จะเว้นระยะการโกรกสีไปนานๆ ก็ไม่เป็นไร (สีโกรกประเภทกึ่งถาวรนี้ไม่จำเป็นต้องผสมกับไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์)
3.ประเภทสีถาวร สีประเภทนี้จะเป็นสีที่ติดผมและปกปิดผมได้ โดยสระแล้วสีไม่ลอกออกสีประเภทนี้เราเรียกกันทั่วไปว่า สีย้อมผม (เพอร์มาเนททินส์) หรือแฮร์ไดย์ ซึ่งต้องอาศัยไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ 6% หรือ 9 % ผสมด้วย สีจึงจะทำงานล็อคเซลสีเทียนไว้ในเส้นผมได้ ผมหงอกที่ย้อมสีประเภทนี้สระก็ไม่ลอกออกสีจะติดอยู่ในผมเลยต่อเมื่อผมใหม่ ขึ้นจึงจะเห็นสีเดิมหรือผมหงอกซึ่งควรย้อมซ้ำเฉพาะโคนที่ข้นมาใหม่เท่านั้น ถ้าย้อมทับผมที่ย้อมแล้วเดิมหลายครั้งผมจะกระด้างสีทึบและด้านหมดความเงางาม ตามธรรมชาติไป ข้อสำคัญ สีที่เป็นพาราไดย์นี้ควรทดสอบก่อนใช้ครั้งแรก 48 ชั่วโมงเพราะมีผลข้างเคียงทำให้มีการแพ้ได้เวลาแพ้จะมีอาการหูบวม ตาบวม หลังหูอาจอักเสบจนน้ำเหลืองเยิ้มรู้สึกแสบเป็นต้น มีลูกค้าร้านทำผมจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบย้อมผมต้องการจะโกรกสีผมเท่านั้น แต่มีข้อแม้ว่าสีต้องติดผมหงอกช่างไม่ทราบจะทำอย่างไร ก็เลยเรียกสีย้อมผมว่าเป็นสีโกรกผม เพื่อให้ลูกค้าสบายใจ ดังนั้นส่วนใหญ่ที่เป็นอยู่ในสมัยนี้การโกรกผมก็คือการย้อมผมนั่นเอง ทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการควรจะทำความเข้าใจและเรียกกันให้ถูกจริงกันเสียที ว่าสีย้อมก็คือ สีย้อม สีโกรกก็คือสีโกรก ไม่ใช่ประเภทเดียวกัน

สีผม Lowlight โลว์ไลท์ มาแรงแซง Highlight ไฮไลท์

สีผม ทรงผม
ในเมื่อเทรนด์ผมสีน้ำตาลเข้ม ช็อกโกแลต หรือเขียวบลอนด์เป็นเทรนด์มาแรงในหนาวนี้ แต่จะทำอย่างไร หากบางคนยังกังวลกับความสว่างของใบหน้า ดังนั้นเทคนิคการไล่เฉดสีต่างระดับกันเพียงไม่กี่เฉดหรือเรียกว่า Lowlight เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้หน้าดูมีมิติ ไม่หมองคล้ำยามไร้เมคอัพ

ตัวอย่างการทำ Lowlight อย่างเช่น เจนนิเฟอร์ อนิสตัน หรือ เบลค ไลฟ์ลี ดาราฮอลลีวู้ด ที่เล่นสีของช่อผมให้อ่อนลงกว่าสีพื้นผมจริง แต่ต้องไม่เกิน 2-3 ระดับ เช่น ถ้าสีพื้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีของ Lowlight ก็ควรเป็นสีน้ำตาลคาราเมล
ส่วน Highlight ซีซั่นนี้ หากใครทำอยู่แล้วกลัวเอาท์ แต่ไม่อยากทำสีผมใหม่ให้ผมเสีย แนะนำให้ไปทำ Lowlight ผสมเพิ่มเพื่อให้ได้สีที่กลมกลืนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด

วิธีการบำรุง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าหลังจากทำ Highlight หรือ Lowlight มาควรงดสระผมประมาณ 2 วัน เพราะเส้นผมหากได้รับการฟอกสีมาจะต้องใช้เวลาคืนตัวประมาณ 48 ชม. ระหว่างนั้นเส้นผมจึงขาดและเปราะ บางง่าย อีกข้อสำคัญแทนที่จะใช้ครีมนวดผมหลังสระ ควรเปลี่ยนเป็นมาสก์บำรุงแทน พอคุณภาพเส้นผมดีขึ้นจึงเริ่มกลับมาใช้ครีมนวดอีกครั้ง

สำหรับราคาเทียบๆ เคียงๆ ไม่ต่างกับ Highlight มากนัก เพราะใช้เทคนิคเดียวกัน เพียงแต่อาจต้องดูระดับความสั้น ยาวของผม ทำเลที่ตั้งร้าน และประสบการณ์ช่างทำผมเป็นหลัก

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://women.sanook.com/lowlight-มาแรงแซง-highlight-828323.html

7/11/53

เคล็ดลับการดูแลผมจากการทำสี

                                                               

                     ในโอกาสขึ้นปีใหม่ เป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอเหมือนอย่างทุกปี ทุกท่านคงมีความกระตือรือร้นในการสร้างความสดใสมีชีวิตชีวาด้วยการเพิ่มเติมสีสัน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าให้กับตัวเอง เช่น การเพิ่มสีผมหลากหลายต่างมิติหรือการแซมไฮไลต์ให้สอดคล้องกับการแต่งหน้า เพื่อให้เข้ากับบุคลิกของเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงเครื่องประดับต่างๆ ด้วย เพื่อความลงตัวทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่า เป็น (Total Look)แต่ทั้งหมดดังที่กล่าวมา ความเด่นชัดอยู่ที่สีและทรงผมซึ่งมีอิทธิพลมากกับสีผิว ดวงตาและใบหน้า รวมทั้งสุขภาพเส้นผมซึ่งบ่งบอกถึงความพิถีพิถันของการถนอมดูแลอย่างมืออาชีพ


                     
สำหรับท่านที่เคยทำสีผมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสีธรรมชาติหรือ สีที่ให้ประกายหลากหลาย ทั้งสีอ่อนและเข้มดัวยการเพิ่มมิติไฮไลต์ลงบนสีผมที่เคยทำมาก่อน อาจจะเป็นช่อเล็ก ช่อใหญ่ ตามความหนาบางของเส้นผมเพื่อสร้างมิติความแตกต่าง ซึ่งจะช่วยเน้นทั้งวอลลุ่มและ ความโดดเด่นของทรงผมให้สวยขึ้นทันที ข้อแนะนำของการสร้างมิติหรือไฮไลต์ควรเน้นทำบริเวณที่ต้องการความโดดเด่น เช่น ผมด้านหน้าที่เป๋หรือปัด ถ้าต้องการดูเซ็กซี่ทั้งผมเรียบตรงหรือผมดัด  เน้นไฮไลต์ตามความยาวของเส้นผมหรือ เฉพาะส่วนปลายผม(ขนนก) และดัวยการเน้นไฮไลต์หรือ สีผมต่างระดับและตัดกันเช่นนี้ความสำคัญคือเส้นผมดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยที่ต้องเน้นผลิตภัณฑ์ซึ่งมีสารซึ่งมีสารบำรุงที่ล่ำลึก เช่น Cationic(Polymer)และ (Nutriceride) 

                      ส่วนประกอบของสารบำรุงซาราไมด์ และนูทรีเซอร์ไรด์ ช่วยเพิ่มควมกระจ่างใส
ประกายเงางามและนุ่มลื่น ผสมผสานกับการปกป้อง Antioxidant Vitamin E: ต่อต้านอนุมูลอิสระ   UV Filter ปกป้องแสงแดดMagnesium  ช่วยทำให้มีชีวิตชีวา แข็งแรง ขั้นตอนการดูแล ทำความสะอาดด้วย Lumino Contrast Shampoo ทำความสะอาดเส้นผมที่ทำไฮไลต์อย่างอ่อนโยน ช่วยทำให้เส้นผมนุ่มพลิ้วสลวย สดใสเงางาม การบำรุงขั้นตอนสุดท้ายก่อนเป่าไดร์เพื่อเสริมโครงสร้างผมให้แข็งแรงพร้อมปกป้องให้ความเงางาม นุ่นสลวยและเปล่งประกายของสีผมให้กระจ่างใสสะท้อนความเงางามเด่นชัดเป็นวิธีการง่ายๆ ในการบำรุงรักษาสำหรับผมทำสี อย่างไรก็ตามในเมื่อคุณดูแลตัวเองแล้วก็อย่าลืมดูแลเส้น
ผมให้มีสุขภาพดีด้วยนะคะ







ขอขอบคุณ


นิตยสาร Hair&Beauty Volume 5 No.48/2007
คอลัมน์  Professional Section
By: อาจารย์ศิริพร ตั้งเมตตาจิตกุล
หน้า 140

6/11/53

ระวังอันตรายจาก "การทำสีผม"

กรม วิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนสาวที่ชอบเปลี่ยนสีผมให้สังเกต ฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หลังตรวจพบมียาย้อมผมไม่ได้มาตรฐานถึง 30 ตัวอย่าง
 
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทำการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารควบคุมพิเศษ p-phenylenediamine ซึ่งเป็นสารเริ่มต้น และ resorcinol ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสี ในผลิตภัณฑ์ ย้อมผมที่จำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปในท้องตลาดในภาคกลาง รวม 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อ่างทอง สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท และลพบุรี ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย. 2550 จำนวน 113 ตัวอย่าง โดย ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ด้วยเครื่องมือพิเศษ High Performance Liquid Chromatography (HPLC) พบผลิตภัณฑ์ ย้อมผมที่เข้ามาตรฐาน จำนวน 62 ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เข้ามาตรฐาน 30 ตัวอย่าง และผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ 21 ตัวอย่าง ซึ่งจะต้องพัฒนาวิธีวิเคราะห์ต่อไป

    

อธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สารสำคัญที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ย้อมผมทั้งสองชนิดนี้ จัดเป็นสารควบคุมพิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 38) พ.ศ. 2548 หมายความว่าเป็นเครื่องสำอางที่อาจเป็นอันตรายรุนแรงต่อผู้ใช้ ได้กำหนดอัตราสูงสุด ของการใช้สารทั้งสองชนิดนี้ได้ไม่เกินร้อยละ 6 และ 5 โดยน้ำหนัก ตามลำดับ สำหรับสาร p-phenylenediamine มีฤทธิ์ก่อให้เกิดการแพ้และทำให้ผิวหนังอักเสบ บางรายมีอาการแพ้ที่รุนแรง ต้องใช้เวลาในการรักษานาน ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญต่อการเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีฉลากภาษาไทย และระบุชื่อ ประเภทเครื่องสำอาง ส่วนประกอบสำคัญ ผู้ผลิตและสถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต คำเตือนบนกล่อง วิธีใช้ และมีเลขทะเบียน ที่สำคัญควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ตามฉลากทุกครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด.
  
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 

4/11/53

การเปลี่ยนสีผมอย่างปลอดภัย

                                                          
   หนุ่มสาวสมัยใหม่นิยมทำสีผมกันมาก  ดังนั้นเราควรจะศึกษาถึงวิธีทำสีผมที่ถูกต้องและปลอดภัยกัน   เพื่อที่จะได้ไม่เป็นอันตรายกับตัวเรา

         น้ำยาเปลี่ยนสีผมหลากประเภท หลายจุดเด่น น้ำยาเปลี่ยนสีผม หรือยาย้อมผมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามความคงทน ของสีผมที่เปลี่ยน ได้แก่ ยาย้อมผมชนิดชั่วคราว กึ่งถาวร และถาวร
  • ยาย้อมผมชนิดชั่วคราว มีโมเลกุลขนาดใหญ่ สีจึงเคลือบบนชั้นนอกของเส้นผมเท่า นั้น ล้างออกได้ง่าย หลังจากสระผม ด้วยแชมพูครั้งแรก ผลิตภัณฑ์น้ำยาเปลี่ยนสีผมชนิดนี้ มักเป็นแบบพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมเอง ให้ยุ่งยาก มักเป็นเฉดแม่สี มีจำหน่ายในรูปแบบคัลเลอร์ รินส์ (Color Rinse) สามารถทา หรือพ่นบนผมที่แห้ง ชโลมหรือทาทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาทีและล้างออก เช่นเดียวกับรูปแบบสเปรย์ (Color Sprays)

  • ยาย้อมผมชนิดกึ่งถาวร มีโมเลกุลขนาดเล็ก สีจึงเคลือบบนชั้นนอก และกลางของเส้นผม แต่ไม่ซึมลึกถึงโปรตีน ของเส้นผม อันจะมีผลเปลี่ยนสีผมเดิม ตามธรรมชาติได้ ยาย้อมผมกึ่งถาวรจึงติดคงทน ในการสระผมอยู่ประมาณ 6-8 ครั้ง มีจำหน่ายในรูปแบบแชมพูสระผม แวกซ์ โลชั่น โฟมย้อมสี ทั้งนี้วิธีใช้ก็แตกต่างกัน ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์

  • ยาย้อมผมชนิดถาวร ไม่สามารถล้างออกได้ด้วยการสระผม สีจะติดคงทนและไม่ซีดจางง่าย เหมาะสำหรับ คนที่ต้องการย้อมผมขาว แบ่งประเภทหลักๆ ออกเป็น 2 ชนิดคือ

  • ยาเคลือบผม (Coating Tints) เช่น สมุนไพรย้อมผม (Vegetable Dyes) เปลี่ยนสีผม ด้วยการเคลือบเฉพาะ บนชั้นนอก ของเส้นผม แต่ไม่ทำลายโครงสร้างของเส้นผม ได้มาจากการสกัดของสมุนไพรตามธรรมชาติ เช่น เฮนนา ซึ่งจะให้สีแดงอมส้ม หรือน้ำตาล และดอกคาโมมายด์ ที่ให้สีทอง

  • ยาย้อมผมชนิดซึมสู่เส้นผม เป็นน้ำยาเปลี่ยนสีผมที่คนส่วนใหญ่คุ้นตากัน ภายในกล่องประกอบด้วยน้ำยา 2 ขวด คือ สีออกซิเดชั่นและน้ำยาโกรก หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

  • สีออกซิเดชั่น (Colorant) หรือสีพารา เป็นครีมหรือของเหลวบรรจุในหลอด มีโมเลกุลขนาดเล็ก ไม่มีสี มีแอมโมเนีย เป็นส่วนผสมหลัก เพื่อให้มีสภาวะเป็นกรด-ด่างประมาณ 8-11 ความเป็นด่างของแอมโมเนียนี้ มีคุณสมบัติ ทำให้เส้นผมชั้นนอกบวม และพองขึ้นมาก เมื่อบวกกับส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิว จะทำให้สีซึมเข้าไปสู่เส้นผม ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากสีออกซิเดชั่นมีความเป็นด่างมาก ก็จะทำลายส่วนชั้นนอก ของเส้นผมบางส่วน ทำให้ผมหยาบ กระด้าง สีออกซิเดชั่นที่นิยมใช้ในประเทศไทยคือ พาราฟีนีรีนไดอะมีน และพาราโทลูอีนไดอะมีน

  • น้ำยาโกรก (Developer) หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ มีลักษณะเป็นครีม หรือของเหลวใส ซึ่งส่วนใหญ่ นิยมใช้ขนาด 6% เพราะหากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มากกว่า 6% จะทำให้ผมแห้ง อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ที่หนังศีรษะ แต่ถ้าไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์น้อยกว่า 6% ก็จะไม่สามารถออกซิไดซ์สีอย่างมีประสิทธิภาพ

เปลี่ยนสีผม - ทำสีผม


หลักการเกิดสีผมสวย

         หลักการทำงานพื้น ฐาน ของน้ำยาเปลี่ยนสีผมชนิดถาวร ที่ทำให้สีผมของเราเปลี่ยนไปคือ การทำปฏิกิริยาระหว่าง สีออกซิเดชั่น (ขวดที่1) กับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ขวดที่2) หลังจากเทส่วนผสม 2 ชนิด และเขย่าให้เป็นเนื้อเดียวกัน จนข้นแล้วนำไปชโลมบนเส้นผม สารประกอบที่อยู่ในน้ำยา 2 ขวดจะเกิดปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดออกซิเจน เปลี่ยนขนาดโมเลกุล ของสีให้จับตัวใหญ่ขึ้น มีผลทำให้สีที่ได้ถูกกักเก็บอยู่ในชั้นกลางของเส้นผม นอกจากนี้ออกซิเจน ยังทำปฏิกิริยากับสีผมตามธรรมชาติ เกิดเฉดสีที่อ่อนลง ทำให้สีที่ผสมขึ้นใหม่ตามความเข้ม-อ่อนบนฉลากผลิตภัณฑ์ เห็นเด่นชัดเจนขึ้น

ข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนทำสีผมทุกครั้ง

         ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมไม่ว่า จะมาจากการสังเคราะห์ทางเคมี หรือได้มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ หากต้องสัมผัส ต่อผิวหนัง หรือเยื่อบุโดยตรง ร่างกายของเราอาจต่อต้าน ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ทั้งสิ้น แต่จะแพ้มาก หรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับ แต่ละบุคคล ทั้งนี้อาการแพ้ก็ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเวลา เช่น บางคนเคยใช้น้ำยาชนิดนี้เป็นประจำแต่อยู่ๆ เกิดแพ้ขึ้นมา หรือเคยใช้ น้ำยานานแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็แพ้ขึ้นมา สรุปแล้วอาการแพ้ไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ ดังนั้นก่อนใช้น้ำยา เปลี่ยนสีผม โดยเฉพาะยาย้อมผมชนิดกึ่งถาวร และชนิดถาวร เราจึงจำเป็นต้องทดสอบ อาการระคายเคืองก่อนทุกครั้งดังนี้
  • ถอดต่างหูออก และทำความสะอาดบริเวณหลังใบหู และเช็ดให้แห้ง
  • บีบสีออกซิเดชั่น และน้ำยาโกรกออกมาเล็กน้อย นำมาผสมกัน และใช้สำลีพันปลายไม้จุ่มน้ำยา ที่ได้ทาบริเวณ หลังใบหู ประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร ทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง โดยไม่ต้องล้างออก หรือใช้ผ้าปิดทับ
  • ถ้าเกิดรอยแดง รอยไหม้ คัน พุพอง หรือบวมในบริเวณสีที่ทาทิ้งไว้ แสดงว่าแพ้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมนั้นๆ ไม่ควรใช้อีกต่อไป
  • ห้ามใช้น้ำยาเปลี่ยนสีผม เปลี่ยนสีขนคิ้ว ขนตา เพราะอาจทำให้ตาบอดได้
  • เด็ก และสตรีมีครรภ์ ไม่ควรใช้น้ำยาย้อมผม

เปลี่ยนสีผม - ทำสีผม

ขั้นตอนต่อไป หลังจากการทดสอบการแพ้ หรือระคายเคือง จากผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมคือ การเตรียมความพร้อมก่อนใช้ ได้แก่
  • ไม่เกา หรือแกะหนังศีรษะจนเป็นแผล หรือรอยถลอกก่อนทำสีผม รอจนกว่าสภาพหนังศีรษะ จะเป็นปกติ จึงค่อยเปลี่ยนสีผม
  • สระผมก่อนทำสีผม เพื่อขจัดความสกปรกบนหนังศีรษะ หรือน้ำมันบนเส้นผม เพื่อให้แน่ใจว่า สีผมจะซึมถึงเส้นผม อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ไดร์เป่าผมด้วยลมเย็น จนแห้งหมาดๆ แบ่งผมออกเป็นช่อๆ
  • สวมถุงมือทุกครั้ง เพื่อป้องกันน้ำยาสัมผัสถูกผิวหนังโดยตรง
  • บีบสีออกซิเดชั่นผสมกับ น้ำยาโกรก เขย่าแรงๆ จนสีเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และตั้งทิ้งไว้ 3 นาที หรือจะเทส่วนผสมทั้งหมด ลงชามผสมสี และใช้แปรงทาคนผสมให้เข้ากันก็ได้
  • จับผมที่แบ่งไว้เป็นช่อๆ ดึงขึ้นด้านบน แล้วทาน้ำยาเปลี่ยนสีผมจากโคนผมถึงปลายผม ในทิศทางออกนอกตัว ห้ามขยี้ หรือถูน้ำยาบนหนังศีรษะแรงๆ และเว้นการทาน้ำยาห่างจากหนังศีรษะประมาณ 1 นิ้ว จนกระทั่งครบทั้งศีรษะ สุดท้ายค่อยหันกลับ มาทาน้ำยาเปลี่ยนสีผม บริเวณโคนที่เว้นไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือตามคำแนะนำ บนฉลากผลิตภัณฑ์นั้นๆ
  • ใช้ก้อนสำลีชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดน้ำยาเปลี่ยนสีผม ที่เลอะบนผิวหนังออกให้หมด
  • ล้างผมด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด โดยใช้มือนวดศีรษะเบาๆ สระผมให้สะอาดด้วยแชมพูทั่วไป หรือน้ำยาปรับสภาพเส้นผม ที่บรรจุมาในกล่องผลิตภัณฑ์ประมาณ 2 ครั้ง เช็ดผมให้แห้ง และไดร์ตามปกติ
ป้องกันตนเองจากการใช้ยาย้อมผมอันตราย
         การซื้อสินค้าทุกชนิด เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเอง นอกจากจะอ่านวิธีใช้อย่างละเอียดแล้ว ก็ควรตรวจสอบว่า ผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง มีชื่อผู้ผลิตหรือไม่ และที่สำคัญมีมาตรฐาน หรือผ่านการควบคุม และตรวจสอบ โดยหน่วยงานรัฐ ที่รับผิดชอบหรือไม่ มิฉะนั้นแล้วเมื่อเกิดอาการแพ้หรือปัญหาทางสุขภาพใดๆ ก็ยากต่อการฟ้องร้อง หรือหาผู้รับผิดชอบ มาลงโทษเอาผิดได้

สำหรับน้ำยาเปลี่ยนสีผม ก็ใช้หลักการพิจารณาเดียวกัน โดยเฉพาะก่อนซื้อ ควรสังเกตเครื่องหมาย อย. จากคณะกรรมการ อาหาร และยา เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการตรวจสอบ และรับรองความปลอดภัยอย่างถูกต้อง และเพื่อเพิ่ม ความมั่นใจ ทางคณะกรรมการอาหาร และยาได้ประกาศเตือนเกี่ยวกับน้ำยาเปลี่ยนสีผมที่ปลอดภัย ต้องไม่มีส่วนผสม ของสารเคมีเหล่านี้
  • 4 methoxy-m-phenylenediamine หรือ 4-MMPD
  • 4-chloro-m- phenylenediamine
  • 2,4 toloene diamine
  • 2-nitro-p- phenylenediamine
  • 4-amino-2-nitrophenol
ที่ผ่านมามีงานวิจัย และการศึกษาในห้องทดลองกับหนู ปรากฎว่าเมื่อให้สาร นี้ หนูมีอาการระคายเคืองบนผิวหนัง และเป็นมะเร็ง
เปลี่ยนสีผม - ทำสีผม
ซึ่งแม้ว่าจะมีผลในระดับหนูทดลอง แต่การหลีกเลี่ยงสารพวกนี้ ย่อมเป็นทางเลือก ที่ดีที่สุด

เรื่องน่ารู้สำหรับการใช้น้ำยาย้อมผม
  • สำหรับคนที่พื้นผมเป็นสีขาว หลังการ ย้อมผม อาจไม่มีปัญหาสีผมผิดเพี้ยน จากสีตัวอย่าง บนกล่อง แต่สำหรับ คนที่มีผมเข้ม ตามธรรมชาติ เช่น ผมสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม ให้เลือก เฉดสีที่อ่อนกว่าสีที่ต้องการประมาณ 1-2 เบอร์ เพื่อสีผมที่เด่นชัดสวย

  • ไม่ควรเก็บน้ำยาเปลี่ยนสีผม ที่ผสม เสร็จแล้ว เพื่อใช้ในครั้งต่อไป อย่าเสียดายเก็บไว้ เพราะภาชนะบรรจุ อาจระเบิด หรือแตกได้

  • หลังการทำสีผม หลีกเลี่ยงการดัด หรือย้อมซ้ำ เพราะจะทำให้สภาพ เส้นผมถูกทำลายมาก ทางที่ดี ควรเว้นระยะห่าง ประมาณ 2-3 อาทิตย์
        ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.brightlives.th.88db.com

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More